วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2564

Disney’s BoardWalk - ที่เดินเล่นสวย ๆ

Disney’s BoardWalk


เป็นสถานที่เดินเล่นสบาย ๆ ฟังเพลง และใช้ชีวิตยามราตรีของทางดิสนีย์ ร้านค้าต่าง ๆ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ตกแต่งได้อย่างน่าสนใจ มีการแสดงริมทางเดิน เล่นเกมย้อนยุคเล็ก ๆ น้อย ๆ . . . ที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงแรมระดับหรูของดิสนีย์ 4-5 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น Disney’s Beach Club Resort,  Disney’s Yacht Club Resort, Disney’s BoardWalk Villas แล้วก็ Walt Disney World Swan and Dolphin Resort ซึ่งแขกโรงแรมสามารถเดินจากโรงแรมไปยัง EPCOT ได้เลย หรือจะนั่งเรือไปก็ได้ เพียงต่อเดียว . . . แต่ถ้านั่งเรือไปอีกทิศทางหนึ่ง ก็จะเป็นการไปที่ Hollywood Studios

บริเวณที่นี่ มีรถม้า รถจักรยานทรงสวย ๆ แปลก ๆ ให้นั่งเล่น (เสียตังค์) รอบทะเลสาบ บรรยากาศสวยงามมาก คนไม่พลุกพล่าน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นแขกของโรงแรมทั้งนั้น . . . บรรยากาศสบาย ๆ ผ่อนคลาย ลมเย็น

ที่ BoardWalk นี่ เป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับดูพลุจาก 2 พาร์คใหญ่ นั่นคือถ้าต้องการดูพลุ Hollywood Studios ก็ให้เดินไปบริเวณชายหาด ตรงหน้าโรงแรม Beach Club Resort จากนั้นเวลาจุดพลุ พลุจะขึ้นมาเหนือร้านค้าต่าง ๆ ถ่ายภาพออกมาแล้วสวยงาม ได้บรรยากาศคลาสสิกมาก

ส่วนถ้าจะดูพลุของ EPCOT ให้ไปยืนบนสะพาน ซึ่งเวลาใกล้ ๆ จุดพลุ จะมีคนหลายคนเค้ารู้ตำแหน่ง จะมายืนรอชมพลุอยู่แล้ว เราก็ไปยืนแจมด้วย แต่จะเห็นเฉพาะพลุลูกสูง ๆ ส่วนพลุลูกต่ำ ๆ ของ EPCOT จะมองไม่ค่อยเห็นนะครับ

หากต้องการมาที่นี่ ถ้ามาจาก Hollywood Studios ก็นั่งเรือ Friendship ที่ข้างหน้าพาร์ค แล้วเรือจะจอดตามโรงแรมต่าง ๆ ให้ลงป้ายที่ 3 ก็จะลงตรง BoardWalk พอดี . . . ส่วนถ้าจะมาจาก EPCOT ก็ให้นั่งเรือที่ International Gateway ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ United Kingdom Pavilion (ข้างในพาร์ค) นั่งเรือมาป้าย 2 ป้ายก็ถึงเลย หรือจะเดินมา ก็ไม่ได้ไกลอะไร . . ตัวผมเองยังเดินไปมาแถวนั้นบ่อย ๆ 

Disney’s BoardWalk นับว่าเป็นที่เดินเล่น แบบวันพักผ่อนสบาย ๆ ที่ไม่ต้องรีบเร่งแบบ #ไม่เสียเงิน ของทางดิสนีย์


Universal CityWalk - เที่ยวฟรีใน Orlando

Universal CityWalk


เป็นสถานที่เดินเล่นก่อนถึงทางเข้า Universal Studio และ Islands of Adventure ซึ่งไม่เหมือนกับของค่ายดิสนีย์ ที่บริเวณเดินเล่นจะแยกไปอยู่อีกโซนหนึ่ง ไม่ติดกับธีมพาร์คทั้งสี่

ที่ซิตี้วอล์คนี้ กว้างขวางมาก มีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง และร้านค้าต่าง ๆ ที่ตกแต่งกันอย่างเต็มที่ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปนั่งในร้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นร้าน Hard Rock . . . บริเวณนี้ ใคร ๆ ก็สามารถมาเดินเล่นได้ สำหรับโลโก้รูปโลกที่หมุนได้ของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ก็อยู่แถวนี้นะครับ ไม่ได้อยู่ข้างในพาร์ค บางคนแค่อยากถ่ายรูป ก็มาถ่ายได้เลย โดยไม่ต้องซื้อตั๋วเข้าไปข้างในแต่อย่างใด . . .

หลังจากเดินชมวิวทั่วแล้ว ถ้าหิวก็มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านไอศกรีมโยเกิร์ตให้ทานเล่น ๆ มากมายให้เลือกทานกันหลายร้าน เรียกได้ว่า เป็นแหล่งรวมของกินเลยทีเดียวก็ว่าได้

ที่นี่เปิดถึงดึกเลยนะครับ เพราะว่ามีพวกผับ บาร์ต่าง ๆ ขนาดโรงหนังก็ยังมีเลย . . . ช่วงกลางคืนเปิดไฟสวยมาก สามารถพกกล้องมาเดินถ่ายรูปเก็บภาพสวย ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีโชว์ต่าง ๆ ที่โด่งดังก็เห็นจะเป็น Blue Man Group ที่เป็นคนตัวสีน้ำเงิน ก็เปิดการแสดงที่ตรงนี้ . . . #ไฟสวยจริงๆ

สำหรับวิธีการเดินทางมานะครับ ถ้าขับรถมาตาม I4 ก็ลงประมาณทางออกที่ 74-75 แล้วแต่ว่ามาจากทางฝั่ง East หรือ West นะครับ แนะนำให้ใช้ระบบนำทางในโทรศัพท์มือถือเปิดแล้วนำทางมา เพื่อเลี่ยงรถติดด้วยครับ . . . พอมาถึง ก็เข้าไปในลานจอดรถ ซึ่งจะเสียเงินค่าจอด ซึ่งมีหลายประเภท แบบถูกสุดก็ $20 เดินไกลหน่อย แต่ถ้าต้องการเดินใกล้หน่อยก็เลือกจอดแบบ Preferred Parking ก็จะ $30 . . .

ที่เดินเล่นที่นี่ #ไม่เสียเงิน ไม่ต้องซื้อบัตรเข้าแต่อย่างใดนะครับ (ถ้าไม่เข้าไปเล่นในพาร์ค) แค่เดินวนไปวนมา ถ่ายรูป กินข้าว ดูดนตรี ก็ฟรีเลยครับ



 



วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ทำไมคนจึงชอบเที่ยว - ทำไมคนชอบเที่ยวที่ใหม่ ๆ - ทำไมคนชอบเที่ยวที่ไกล ๆ

ทำไมคนจึงชอบเที่ยว

ทุกคน ไม่ว่าจะฐานะยากดีมีจน หรือพอกินพอใช้ ต่างก็มีสัญชาตญาณชอบการผจญภัย มีผู้กล่าวเอาไว้ว่า หากหมดความอยากรู้ อยากเห็น ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ไม่มีจุดหมาย .…. คนทั่วโลกเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด มันเป็นธรรมชาติที่ฝังอยู่ใน DNA ของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป ที่ชอบการผจญภัย แสวงหา ความท้าทาย อยากรู้อยากเห็นสิ่งสวย ๆ ที่มีความตื่นเต้นเร้าใจ และบรรยากาศใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา . .


หากไม่เชื่อ ลองสังเกตดูตามประเทศต่าง ๆ หรือลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากในเน็ต จะเห็นข้อมูลเต็มไปหมด หรือลองไปร้านหนังสือ ก็จะเห็นหนังสือแนะนำที่เที่ยวแทบจะวางล้นหิ้ง . . . หรือลองเปิด facebook ของตัวเองดู ก็จะเห็นเพื่อน ๆ แชร์ภาพไปเที่ยวโน่น เที่ยวนี่กันตลอด . . .

ทำไมคนชอบเที่ยวที่ใหม่ ๆ

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ คนเรามักไม่ชอบอะไรซ้ำ ๆ เหมือนอย่างกินข้าว ยังต้องเปลี่ยนเมนูทุกวันเลย ฟังเพลงซ้ำ ๆ ไม่นานก็เบื่อ ต้องหาเพลงใหม่มาฟัง การท่องเที่ยวก็เหมือนกัน ถ้าเที่ยวอยู่ที่เดียวซ้ำ ๆ ไปแรก  ๆ มันก็สนุกดี พอไปหลาย ๆ ครั้งก็เริ่มเบื่อ ต้องหาที่ใหม่ที่ตื่นเต้นกว่าเก่า สวยกว่าเก่า สนุกกว่าเก่า และสุดยอดกว่าเก่า . . . เกิดเป็นคน ก็ต้องเสาะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปเรื่อย . . . นี่ผมดูสารคดีวิทยาศาสตร์ อีกไม่นาน ไม่เกินรุ่นลูก ๆ พวกเรานี่แหละ ก็จะมีการท่องเที่ยวอวกาศ โดยเริ่มตั้งแต่บินออกไปเหนือชั้นบรรยากาศโลก เรียกว่าไปโคจรรอบโลกที่ขอบ ๆ อวกาศ ส่วนค่าตั๋วจะแพงมาก ประมาณคนละ 200,000 ดอลลาร์ … นี่แค่ขึ้นไปสัมผัสแค่อวกาศใกล้ ๆ โลกเองนะ แล้วสัมผัสสภาพไร้น้ำหนักประมาณ 5 นาที . . . OMG . . . . แล้วอีกหน่อยก็จะมีทัวร์ไปเที่ยวถึงดวงจันทร์กัน ไม่นานเกินรอ!



เอาเป็นว่าเที่ยวกันบนโลกให้หมดก่อนดีกว่า แล้วค่อยขยับขยายไปนอกโลกกัน เดี๋ยวจะนอกเรื่องมากเกินไป . . . จริง ๆ แล้ว สถานที่เที่ยวใหม่ ๆ นั้น อาจจะใหม่สำหรับเรา แต่เก่าสำหรับคนอื่น . . . จึงมีการหมุนเวียนถ่ายเทของนักท่องเที่ยว สลับกันเดินทางไปมาทั่วโลกมากมาย ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจการบินจึงบูมมาก ใคร ๆ ก็อยากทำ . . . แต่ตอนนี้ก็เจ๊งไปหลายเจ้าแล้ว (ไม่น่าเลย!)  อย่างเช่น ชาวสแกนดิเนเวียชอบอากาศร้อน หน้าร้อนก็มาเที่ยวชมความงามของทะเลเมืองไทยมากมายเต็มไปหมด ส่วนคนไทย อาจชอบสัมผัสอากาศเย็น ในฤดูหนาว ก็จะชอบมีการจัดทัวร์ไปเล่นสกี หรือไปชมนิทรรศการน้ำแข็ง ถ้าใกล้ ๆ ก็เกาหลี ญี่ปุ่น ถ้าทุนหนาหน่อยก็ไปยุโรป อะไรอย่างนี้เป็นต้น . . .จะกล่าวว่าไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ก็ไม่ผิดหรอก นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะถ้าทุกคนพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี โลกนี้ก็หยุดนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวแล้ว

“ทุกคนอยากไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน”

ทำไมคนชอบเที่ยวที่ไกล ๆ

เที่ยวไกล ๆ มันก็แพงนะ เสียเวลาเดินทางมากด้วย แต่ทำไมคนยังชอบ และยอมจ่าย!!!

คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เบื่อง่าย . . . ที่ใกล้ ๆ ไปมาหมดละ

สำหรับคนไทย ขอใช้ตัวเองเป็นตัวอย่างแล้วกัน แรก ๆ ก็เที่ยวแถวบ้านก่อน พอไปหลาย ๆ ทีก็ครบหมดแล้ว ก็หาแหล่งท่องเที่ยวที่มันไกลขึ้น ก็คือต่างจังหวัด จากนั้นก็ขยับขยายไปเรื่อย ๆ ถึงบริเวณรอบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ เพราะว่าใกล้ดี และประหยัดเงิน … พอทำงานไปหลาย ๆ ปี อายุมากขึ้น เริ่มมีเงินเก็บ ก็ไปไกลขึ้นนิดหน่อย ก็คือประเทศจีน เกาหลี แล้วก็ไปแถบนี้ซ้ำ ๆ อยู่หลายปี ก็เริ่มต้องการอะไรที่มันมากขึ้น ก็หันมามองที่อเมริกา ยุโรป… เพื่อนบางคน ไปประเทศฮิต ๆ มาหมดแล้ว ก็เริ่มไปประเทศที่ไปยาก ๆ และท้าทาย มีบรรยากาศที่แปลกใหม่ (สำหรับเรา แต่อาจจะเก่าสำหรับคนอื่น) เช่น แอฟริกาใต้ อียิปต์ ไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ หรือขั้วโลก เป็นต้น อีกหน่อยคงไปถึงนอกโลกอย่างที่เกริ่นไว้แน่เลย... Oops...! ขออภัยที่แซว ;)


อีกเหตุผลหนึ่งที่ชอบไปไกล ๆ (หมายถึงตัวผมเองนะ) ก็คือ ที่ใกล้ ๆ ไม่มีสิ่งที่ต้องการ เช่น อยากเล่นหิมะที่กำลังตกจากท้องฟ้า ไม่ใช่แค่หิมะเทียม หรือห้องเย็นขนาดยักษ์ที่หนาวมาก ๆ เมืองไทยไม่มี ก็เลยต้องบินไปเล่นไกล ๆ เป็นต้น . . . อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ที่ใกล้ ๆ ไม่มีสิ่งที่ต้องการเห็น เช่น ต้องการเที่ยว DisneyWorld, Universal Studios หรือ SeaWorld เพื่อสัมผัสถึงบรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ และความฝันของภาพยนตร์จาก Disney เป็นต้น . . . เมืองไทยเค้าจะมาสร้างแล้วเชียว แต่ติดปัญหาอะไรไม่รู้ เค้าเลยย้ายไปสร้างที่อื่นแทน . . . เสียดาย


ทุกคนก็มีวิถีการเดินทางคล้าย ๆ กัน ก็คือเริ่มจากใกล้ก่อน . . . แล้วค่อย ๆ ไปไกลขึ้น ไกลขึ้น เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ สนุก ๆ . . . การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ อย่างที่เล่าให้ฟัง อีกหน่อยคงไปเที่ยวถึงดวงจันทร์ ดาวอังคาร นี่เห็นเริ่มมีการจองตั๋วกันแล้วนะครับ แต่ราคาที่ต้องจ่าย บางแห่งก็บอกว่า $500,000 บางแห่งก็บอกว่า 2 ล้านดอลลาร์ . . . พูดง่าย ๆ ก็คือต้องเป็นระดับมหาเศรษฐีเท่านั้น . . . อีกหน่อยในอนาคตอันใกล้นี้ การเดินทางในอวกาศ ข้ามดวงดาว (อันนี้ผมหมายถึงดาวเคราะห์ หรือว่า Planet นะครับ ไม่ได้หมายถึงดาวที่แปลว่า Star ขืนไป ก็ไหม้เกรียมกันพอดี) ก็จะไม่ใช่เรื่องยากและเสียเวลาอีกต่อไป การเดินทางคล้าย ๆ ในหนังสตาร์เทร็ค หรือสตาร์วอร์ อาจเป็นเรื่องธรรมดาในอนาคตก็ได้

ทำไมต้องออร์แลนโด

… เอ้า... กลับมาก่อน ก่อนที่จะมโนไปมากกว่านี้ มาคุยเรื่องการท่องเที่ยวง่าย ๆ ในโลกนี้ดีกว่า . . . หลังจากที่ผมมีโอกาสเดินทางไปหลายที่ในโลกนี้ บังเอิญมาพบกับเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดมาไม่เคยได้ยิน ก็คือเมือง Orlando อ่านออกเสียงว่า “ออร์แลนโด้” เช็คมาให้แล้วนะครับว่าอ่านออกเสียงอย่างนี้จากเว็บไซต์ howjsay.com ซึ่งออกเสียงตามเจ้าของภาษาเป๊ะ ๆ แล้วคนที่โน่น เค้าก็ออกเสียงอย่างนี้จริง ๆ! แต่เวลากล่าวถึงในที่นี้ จะเขียนว่า “ออร์แลนโด” โดยไม่มีไม้โทนะครับ เพื่อให้ตรงตามหลักภาษาไทย คือเขียนว่า “โด” แต่เวลาอ่าน ให้อ่านว่า “โด้” นะครับ . . . . โอ้ นอกเรื่องอีกละ


สำหรับตัวผม ตอนโน้นที่คุยกับฝรั่งที่อเมริกา เค้าบอกว่า ถ้าหากมีโอกาส ให้ลองไปที่เมืองออร์แลนโดดู เพราะว่ามีที่เที่ยวเยอะมากกกก (ลากเสียงยาวอีกแล้ว) ถึงมากที่สุด ลองหาข้อมูลจาก wiki ดู เห็นแล้วถึงกับอึ้ง เพราะว่าออร์แลนโด มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า "The City Beautiful" ซึ่งมีความหมายว่า “เมืองที่งดงามมาก” แล้วก็ยังมีสมญานามอีกอย่างที่เป็นที่รู้จักของชาวอเมริกันว่า "The Theme Park Capital of the World" ซึ่งก็คือ เป็นแหล่งรวมของบรรดาสวนสนุกธีมพาร์คของโลก คือมีสวนสนุกมากที่สุดในโลกนั่นเอง ถึงขั้นต้องยกให้เป็นเมืองหลวงทีเดียว จะมีเยอะแค่ไหนนั้น เดี๋ยวผมจะเล่าอย่างละเอียดในนี้ครับ . . .ติดตามไปเรื่อย ๆ

ที่เมืองนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัส ทำลายสถิติคนมามากที่สุดหลายปีติดกันต่อเนื่อง (ทุกปี) ปี ๆ นึงมีคนมาเมืองนี้เมืองเดียวมากกว่า 60 ล้านคน. . . นับเป็นเมืองแรกที่ทำลายสถิติที่มีนักท่องเที่ยวเกินปีละ 60 ล้านคน อย่างในปี 2014 มีจำนวน 62 ล้านคน ส่วน 2015 ก็ประมาณ 65 ล้านคน แล้วก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี . . . บางทีอาจนึกภาพไม่ออก ลองเทียบกับเมืองไทยทั้งประเทศ ปี ๆ นึง คนมาเที่ยวเมืองไทย (ทั้งประเทศ รวมทุกจังหวัด) ประมาณ 25 ล้านคน เรียกได้ว่าช่วงบูมสุด ๆ ที่บรรยากาศดี ๆ นะครับ สำหรับช่วงนี้ เหตุการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวเลยตกลงไปนิดนึง . . . แต่ตอนนี้ปี 2019 ทุกอย่างดีแล้วนะครับ

ในเรื่องของจำนวนห้องพัก ที่ออร์แลนโด มีจำนวนห้องพัก (สำหรับนักท่องเที่ยว) ในโรงแรมต่าง ๆ มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ คือมีห้องพัก 144,125 ห้อง เป็นรองแค่ลาสเวกัสที่เดียว คือมี 152,275 ห้อง จะเห็นว่า เมืองนี้มีการเตรียมทรัพยากรต่าง ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลอย่างพอเพียง . . . ไม่ใช่ว่าโฆษณาดึงดูดคนมาเยอะ ๆ แล้วให้มาขี่คอกันเที่ยว แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว อะไรอย่างนี้เป็นต้น

พอเห็นตัวเลขก็อย่าตกใจ นึกว่าคนมากันเยอะขนาดนี้ เวลาเที่ยวจะต้องเบียดกันไปอย่างกับหนอนหรือเปล่า . . . บอกเลยว่า ไม่ครับ เพราะว่าสถานที่เที่ยวมันเยอะมาก แล้วสถานที่ก็กว้างขวางมาก (พื้นที่เค้าเยอะจริง ๆ ต้องยอมรับ) . . . อีกอย่างที่ถือว่าเป็นโชคดีของคนไทยคือ ฝรั่งเค้าชอบเที่ยวกันแบบเต็มที่เลยกันตอนหน้าร้อน ช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม เรียกได้ว่าคนเยอะสุด ๆ ความโชคดีของชาวไทยแบบเราก็คือ เราไม่ชอบร้อน ๆ แบบนั้น คนไทยเราส่วนมากจะชอบหนาว ๆ เลยสลับกับเค้ากันพอดี . . . เอาเป็นว่า หน้าหนาวมากันเถอะครับ อากาศเย็นสบาย และคนไม่แน่นเกินไปแน่นอน

อีกอย่างที่จะคอนเฟิร์มว่าเมืองนี้มีดีจริง ๆ ก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ อย่างเช่น ไมโครซอฟต์ บางทีเวลาจัดสัมมนาระดับโลก ก็มาจัดที่เมืองนี้ แบบว่ามาสัมมนาครั้งนึงเป็นหมื่น ๆ คนจากทั่วโลก . . . พอสัมมนาวิชาการเสร็จ ก็เที่ยวต่อเลย 5 5 5 ไอเดียดี ทำให้พนักงานชาร์จพลังงานและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ก่อนกลับไปทำงานกันต่อ





วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การชมพาเหรดที่ดิสนีย์เวิลด์

ห่างหายไปนาน เพราะวุ่น ๆ อยู่กับหลายเรื่อง ไม่รู้จะเขียนอะไร ถ่ายภาพมาให้ชมกันเพลิน ๆ แล้วกันนะครับ






















ส่งท้ายด้วย มิกกี้ และมินนี่ . . . บ้าย บาย

แนะนำที่หลบฝน ดิสนีย์เวิลด์

นี่ก็เริ่มเข้าหน้าฝนแล้ว ใครที่มาเที่ยวดิสนีย์เวิลด์นี่ ส่วนมากก็จะเจอฝนกันบ่อยมาก ๆ แต่ไม่นานฝนก็หยุด แต่ถ้าบังเอิญโชคร้าย  เจอฝนพอดี ก็ขอแนะนำที่หลบฝนให้ตามนี้ครับ



ที่ Epcot หากฝนตกลงมาหนักมาก บริเวณ Future World แทบจะหลบได้ทุกอาคาร ไม่ว่าจะเป็น :

  • The Land ซึ่งมีทั้งเครื่องเล่น Soarin ยอดฮิต และการดูแลธรรมชาติธีม Lion King หรือ Living with the Land โดยสามารถฆ่าเวลาพร้อมทั้งเที่ยวไปในตัวในอาคารนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
  • The Seas with Nemo and Friends ซึ่งเป็นอะควาเรี่ยมขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว แล้วก็มีเครื่องเล่น Nemo ด้วย
  • Innoventions คล้าย ๆ นิทรรศการ แต่มีเครื่องเล่นที่สามารถออกแบบเล่นเองได้ และมีเครื่องเล่นเล็ก ๆ หลาย ๆ อย่าง ให้เล่นและชม เป็นที่หลบฝนและสนุกไปในตัวเลย
  • ร้านขายของที่ระลึก Mouse Gear เท่าที่ดูว่า ผมว่าเป็นร้านขายของที่ใหญ่ที่สุดใน 4 พาร์คเลย กว้างมาก ๆ เดินเล่นดูของ ซื้อของได้นานเลย แนะนำว่าจะซื้ออะไร ให้เล็ง ๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยแวะมาซื้อช่วงก่อนออกจากพาร์ค ถ้าซื้อตั้งแต่มาใหม่ ๆ อาจต้องถือของหนัก ๆ ไปตลอดทั้งวันเลยนะครับ


สำหรับบริเวณหลบฝนที่ Magic Kingdom มีเต็มไปหมด ถ้าจะให้แนะนำ ก็อาจจะเป็นบริเวณ Main Street USA เพราะมีร้านขายของเยอะ นอกจากนี้แต่ละร้าน ยังมีโชว์การทำโน่นนี่ เช่น การเป่าแก้ว การทำโคมไฟ ซึ่งน่าสนใจดีเหมือนกันครับ ช่วงแรก ๆ ที่ผมมา เดินผ่านพวกนี้ไปหมด ไม่เคยแวะดูเลย เพราะว่าเวลาน้อย จะมุ่งเข้าไปเล่นเครื่องเล่นข้างในให้ครบก่อน

นอกจากนี้ อีกที่นึงที่แนะนำอาจจะเป็น Liberty Square เข้าไปดู The Hall of Presidents ความยาว 20 กว่านาที ซึ่งก่อนจะเข้า ก็จะมีห้องโถงสำหรับรอ ซึ่งตกแต่งเป็นแนวทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งก็กว้างอยู่เหมือนกัน


ส่วนอีกที่หนึ่งที่แนะนำ ก็คือการเข้าแถวรอเล่นเครื่องเล่นที่อยู่ในอาคาร ซึ่งแนะนำว่าให้เข้าแถวที่ Space Mountain เพราะว่าแถวในอาคารยาวมาก (เป็นชั่วโมง) ระหว่างเข้าแถว เค้าจะมีเกมให้เล่นแก้เซ็งไปในตัว ข้างในตกแต่งสวยงามมาก ทำให้เราไม่เปียกฝน ส่วนแถวเครื่องเล่นอย่างอื่น บางแห่งจะอยู่กลางแจ้ง เลยไม่แนะนำเวลาฝนตกครับ

หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะแห้งกันนะครับ . . .

Tree of Life - Animal Kingdom

บรรยากาศสวย ๆ ของต้นไม้ยักษ์ที่  Tree of Life - Animal Kingdom