วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ทำไมคนจึงชอบเที่ยว - ทำไมคนชอบเที่ยวที่ใหม่ ๆ - ทำไมคนชอบเที่ยวที่ไกล ๆ

ทำไมคนจึงชอบเที่ยว

ทุกคน ไม่ว่าจะฐานะยากดีมีจน หรือพอกินพอใช้ ต่างก็มีสัญชาตญาณชอบการผจญภัย มีผู้กล่าวเอาไว้ว่า หากหมดความอยากรู้ อยากเห็น ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ไม่มีจุดหมาย .…. คนทั่วโลกเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด มันเป็นธรรมชาติที่ฝังอยู่ใน DNA ของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป ที่ชอบการผจญภัย แสวงหา ความท้าทาย อยากรู้อยากเห็นสิ่งสวย ๆ ที่มีความตื่นเต้นเร้าใจ และบรรยากาศใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา . .


หากไม่เชื่อ ลองสังเกตดูตามประเทศต่าง ๆ หรือลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากในเน็ต จะเห็นข้อมูลเต็มไปหมด หรือลองไปร้านหนังสือ ก็จะเห็นหนังสือแนะนำที่เที่ยวแทบจะวางล้นหิ้ง . . . หรือลองเปิด facebook ของตัวเองดู ก็จะเห็นเพื่อน ๆ แชร์ภาพไปเที่ยวโน่น เที่ยวนี่กันตลอด . . .

ทำไมคนชอบเที่ยวที่ใหม่ ๆ

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ คนเรามักไม่ชอบอะไรซ้ำ ๆ เหมือนอย่างกินข้าว ยังต้องเปลี่ยนเมนูทุกวันเลย ฟังเพลงซ้ำ ๆ ไม่นานก็เบื่อ ต้องหาเพลงใหม่มาฟัง การท่องเที่ยวก็เหมือนกัน ถ้าเที่ยวอยู่ที่เดียวซ้ำ ๆ ไปแรก  ๆ มันก็สนุกดี พอไปหลาย ๆ ครั้งก็เริ่มเบื่อ ต้องหาที่ใหม่ที่ตื่นเต้นกว่าเก่า สวยกว่าเก่า สนุกกว่าเก่า และสุดยอดกว่าเก่า . . . เกิดเป็นคน ก็ต้องเสาะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปเรื่อย . . . นี่ผมดูสารคดีวิทยาศาสตร์ อีกไม่นาน ไม่เกินรุ่นลูก ๆ พวกเรานี่แหละ ก็จะมีการท่องเที่ยวอวกาศ โดยเริ่มตั้งแต่บินออกไปเหนือชั้นบรรยากาศโลก เรียกว่าไปโคจรรอบโลกที่ขอบ ๆ อวกาศ ส่วนค่าตั๋วจะแพงมาก ประมาณคนละ 200,000 ดอลลาร์ … นี่แค่ขึ้นไปสัมผัสแค่อวกาศใกล้ ๆ โลกเองนะ แล้วสัมผัสสภาพไร้น้ำหนักประมาณ 5 นาที . . . OMG . . . . แล้วอีกหน่อยก็จะมีทัวร์ไปเที่ยวถึงดวงจันทร์กัน ไม่นานเกินรอ!



เอาเป็นว่าเที่ยวกันบนโลกให้หมดก่อนดีกว่า แล้วค่อยขยับขยายไปนอกโลกกัน เดี๋ยวจะนอกเรื่องมากเกินไป . . . จริง ๆ แล้ว สถานที่เที่ยวใหม่ ๆ นั้น อาจจะใหม่สำหรับเรา แต่เก่าสำหรับคนอื่น . . . จึงมีการหมุนเวียนถ่ายเทของนักท่องเที่ยว สลับกันเดินทางไปมาทั่วโลกมากมาย ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจการบินจึงบูมมาก ใคร ๆ ก็อยากทำ . . . แต่ตอนนี้ก็เจ๊งไปหลายเจ้าแล้ว (ไม่น่าเลย!)  อย่างเช่น ชาวสแกนดิเนเวียชอบอากาศร้อน หน้าร้อนก็มาเที่ยวชมความงามของทะเลเมืองไทยมากมายเต็มไปหมด ส่วนคนไทย อาจชอบสัมผัสอากาศเย็น ในฤดูหนาว ก็จะชอบมีการจัดทัวร์ไปเล่นสกี หรือไปชมนิทรรศการน้ำแข็ง ถ้าใกล้ ๆ ก็เกาหลี ญี่ปุ่น ถ้าทุนหนาหน่อยก็ไปยุโรป อะไรอย่างนี้เป็นต้น . . .จะกล่าวว่าไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ก็ไม่ผิดหรอก นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะถ้าทุกคนพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี โลกนี้ก็หยุดนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวแล้ว

“ทุกคนอยากไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน”

ทำไมคนชอบเที่ยวที่ไกล ๆ

เที่ยวไกล ๆ มันก็แพงนะ เสียเวลาเดินทางมากด้วย แต่ทำไมคนยังชอบ และยอมจ่าย!!!

คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เบื่อง่าย . . . ที่ใกล้ ๆ ไปมาหมดละ

สำหรับคนไทย ขอใช้ตัวเองเป็นตัวอย่างแล้วกัน แรก ๆ ก็เที่ยวแถวบ้านก่อน พอไปหลาย ๆ ทีก็ครบหมดแล้ว ก็หาแหล่งท่องเที่ยวที่มันไกลขึ้น ก็คือต่างจังหวัด จากนั้นก็ขยับขยายไปเรื่อย ๆ ถึงบริเวณรอบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ เพราะว่าใกล้ดี และประหยัดเงิน … พอทำงานไปหลาย ๆ ปี อายุมากขึ้น เริ่มมีเงินเก็บ ก็ไปไกลขึ้นนิดหน่อย ก็คือประเทศจีน เกาหลี แล้วก็ไปแถบนี้ซ้ำ ๆ อยู่หลายปี ก็เริ่มต้องการอะไรที่มันมากขึ้น ก็หันมามองที่อเมริกา ยุโรป… เพื่อนบางคน ไปประเทศฮิต ๆ มาหมดแล้ว ก็เริ่มไปประเทศที่ไปยาก ๆ และท้าทาย มีบรรยากาศที่แปลกใหม่ (สำหรับเรา แต่อาจจะเก่าสำหรับคนอื่น) เช่น แอฟริกาใต้ อียิปต์ ไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ หรือขั้วโลก เป็นต้น อีกหน่อยคงไปถึงนอกโลกอย่างที่เกริ่นไว้แน่เลย... Oops...! ขออภัยที่แซว ;)


อีกเหตุผลหนึ่งที่ชอบไปไกล ๆ (หมายถึงตัวผมเองนะ) ก็คือ ที่ใกล้ ๆ ไม่มีสิ่งที่ต้องการ เช่น อยากเล่นหิมะที่กำลังตกจากท้องฟ้า ไม่ใช่แค่หิมะเทียม หรือห้องเย็นขนาดยักษ์ที่หนาวมาก ๆ เมืองไทยไม่มี ก็เลยต้องบินไปเล่นไกล ๆ เป็นต้น . . . อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ที่ใกล้ ๆ ไม่มีสิ่งที่ต้องการเห็น เช่น ต้องการเที่ยว DisneyWorld, Universal Studios หรือ SeaWorld เพื่อสัมผัสถึงบรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ และความฝันของภาพยนตร์จาก Disney เป็นต้น . . . เมืองไทยเค้าจะมาสร้างแล้วเชียว แต่ติดปัญหาอะไรไม่รู้ เค้าเลยย้ายไปสร้างที่อื่นแทน . . . เสียดาย


ทุกคนก็มีวิถีการเดินทางคล้าย ๆ กัน ก็คือเริ่มจากใกล้ก่อน . . . แล้วค่อย ๆ ไปไกลขึ้น ไกลขึ้น เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ สนุก ๆ . . . การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ อย่างที่เล่าให้ฟัง อีกหน่อยคงไปเที่ยวถึงดวงจันทร์ ดาวอังคาร นี่เห็นเริ่มมีการจองตั๋วกันแล้วนะครับ แต่ราคาที่ต้องจ่าย บางแห่งก็บอกว่า $500,000 บางแห่งก็บอกว่า 2 ล้านดอลลาร์ . . . พูดง่าย ๆ ก็คือต้องเป็นระดับมหาเศรษฐีเท่านั้น . . . อีกหน่อยในอนาคตอันใกล้นี้ การเดินทางในอวกาศ ข้ามดวงดาว (อันนี้ผมหมายถึงดาวเคราะห์ หรือว่า Planet นะครับ ไม่ได้หมายถึงดาวที่แปลว่า Star ขืนไป ก็ไหม้เกรียมกันพอดี) ก็จะไม่ใช่เรื่องยากและเสียเวลาอีกต่อไป การเดินทางคล้าย ๆ ในหนังสตาร์เทร็ค หรือสตาร์วอร์ อาจเป็นเรื่องธรรมดาในอนาคตก็ได้

ทำไมต้องออร์แลนโด

… เอ้า... กลับมาก่อน ก่อนที่จะมโนไปมากกว่านี้ มาคุยเรื่องการท่องเที่ยวง่าย ๆ ในโลกนี้ดีกว่า . . . หลังจากที่ผมมีโอกาสเดินทางไปหลายที่ในโลกนี้ บังเอิญมาพบกับเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดมาไม่เคยได้ยิน ก็คือเมือง Orlando อ่านออกเสียงว่า “ออร์แลนโด้” เช็คมาให้แล้วนะครับว่าอ่านออกเสียงอย่างนี้จากเว็บไซต์ howjsay.com ซึ่งออกเสียงตามเจ้าของภาษาเป๊ะ ๆ แล้วคนที่โน่น เค้าก็ออกเสียงอย่างนี้จริง ๆ! แต่เวลากล่าวถึงในที่นี้ จะเขียนว่า “ออร์แลนโด” โดยไม่มีไม้โทนะครับ เพื่อให้ตรงตามหลักภาษาไทย คือเขียนว่า “โด” แต่เวลาอ่าน ให้อ่านว่า “โด้” นะครับ . . . . โอ้ นอกเรื่องอีกละ


สำหรับตัวผม ตอนโน้นที่คุยกับฝรั่งที่อเมริกา เค้าบอกว่า ถ้าหากมีโอกาส ให้ลองไปที่เมืองออร์แลนโดดู เพราะว่ามีที่เที่ยวเยอะมากกกก (ลากเสียงยาวอีกแล้ว) ถึงมากที่สุด ลองหาข้อมูลจาก wiki ดู เห็นแล้วถึงกับอึ้ง เพราะว่าออร์แลนโด มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า "The City Beautiful" ซึ่งมีความหมายว่า “เมืองที่งดงามมาก” แล้วก็ยังมีสมญานามอีกอย่างที่เป็นที่รู้จักของชาวอเมริกันว่า "The Theme Park Capital of the World" ซึ่งก็คือ เป็นแหล่งรวมของบรรดาสวนสนุกธีมพาร์คของโลก คือมีสวนสนุกมากที่สุดในโลกนั่นเอง ถึงขั้นต้องยกให้เป็นเมืองหลวงทีเดียว จะมีเยอะแค่ไหนนั้น เดี๋ยวผมจะเล่าอย่างละเอียดในนี้ครับ . . .ติดตามไปเรื่อย ๆ

ที่เมืองนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัส ทำลายสถิติคนมามากที่สุดหลายปีติดกันต่อเนื่อง (ทุกปี) ปี ๆ นึงมีคนมาเมืองนี้เมืองเดียวมากกว่า 60 ล้านคน. . . นับเป็นเมืองแรกที่ทำลายสถิติที่มีนักท่องเที่ยวเกินปีละ 60 ล้านคน อย่างในปี 2014 มีจำนวน 62 ล้านคน ส่วน 2015 ก็ประมาณ 65 ล้านคน แล้วก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี . . . บางทีอาจนึกภาพไม่ออก ลองเทียบกับเมืองไทยทั้งประเทศ ปี ๆ นึง คนมาเที่ยวเมืองไทย (ทั้งประเทศ รวมทุกจังหวัด) ประมาณ 25 ล้านคน เรียกได้ว่าช่วงบูมสุด ๆ ที่บรรยากาศดี ๆ นะครับ สำหรับช่วงนี้ เหตุการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวเลยตกลงไปนิดนึง . . . แต่ตอนนี้ปี 2019 ทุกอย่างดีแล้วนะครับ

ในเรื่องของจำนวนห้องพัก ที่ออร์แลนโด มีจำนวนห้องพัก (สำหรับนักท่องเที่ยว) ในโรงแรมต่าง ๆ มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ คือมีห้องพัก 144,125 ห้อง เป็นรองแค่ลาสเวกัสที่เดียว คือมี 152,275 ห้อง จะเห็นว่า เมืองนี้มีการเตรียมทรัพยากรต่าง ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลอย่างพอเพียง . . . ไม่ใช่ว่าโฆษณาดึงดูดคนมาเยอะ ๆ แล้วให้มาขี่คอกันเที่ยว แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว อะไรอย่างนี้เป็นต้น

พอเห็นตัวเลขก็อย่าตกใจ นึกว่าคนมากันเยอะขนาดนี้ เวลาเที่ยวจะต้องเบียดกันไปอย่างกับหนอนหรือเปล่า . . . บอกเลยว่า ไม่ครับ เพราะว่าสถานที่เที่ยวมันเยอะมาก แล้วสถานที่ก็กว้างขวางมาก (พื้นที่เค้าเยอะจริง ๆ ต้องยอมรับ) . . . อีกอย่างที่ถือว่าเป็นโชคดีของคนไทยคือ ฝรั่งเค้าชอบเที่ยวกันแบบเต็มที่เลยกันตอนหน้าร้อน ช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม เรียกได้ว่าคนเยอะสุด ๆ ความโชคดีของชาวไทยแบบเราก็คือ เราไม่ชอบร้อน ๆ แบบนั้น คนไทยเราส่วนมากจะชอบหนาว ๆ เลยสลับกับเค้ากันพอดี . . . เอาเป็นว่า หน้าหนาวมากันเถอะครับ อากาศเย็นสบาย และคนไม่แน่นเกินไปแน่นอน

อีกอย่างที่จะคอนเฟิร์มว่าเมืองนี้มีดีจริง ๆ ก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ อย่างเช่น ไมโครซอฟต์ บางทีเวลาจัดสัมมนาระดับโลก ก็มาจัดที่เมืองนี้ แบบว่ามาสัมมนาครั้งนึงเป็นหมื่น ๆ คนจากทั่วโลก . . . พอสัมมนาวิชาการเสร็จ ก็เที่ยวต่อเลย 5 5 5 ไอเดียดี ทำให้พนักงานชาร์จพลังงานและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ก่อนกลับไปทำงานกันต่อ





วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การชมพาเหรดที่ดิสนีย์เวิลด์

ห่างหายไปนาน เพราะวุ่น ๆ อยู่กับหลายเรื่อง ไม่รู้จะเขียนอะไร ถ่ายภาพมาให้ชมกันเพลิน ๆ แล้วกันนะครับ






















ส่งท้ายด้วย มิกกี้ และมินนี่ . . . บ้าย บาย

แนะนำที่หลบฝน ดิสนีย์เวิลด์

นี่ก็เริ่มเข้าหน้าฝนแล้ว ใครที่มาเที่ยวดิสนีย์เวิลด์นี่ ส่วนมากก็จะเจอฝนกันบ่อยมาก ๆ แต่ไม่นานฝนก็หยุด แต่ถ้าบังเอิญโชคร้าย  เจอฝนพอดี ก็ขอแนะนำที่หลบฝนให้ตามนี้ครับ



ที่ Epcot หากฝนตกลงมาหนักมาก บริเวณ Future World แทบจะหลบได้ทุกอาคาร ไม่ว่าจะเป็น :

  • The Land ซึ่งมีทั้งเครื่องเล่น Soarin ยอดฮิต และการดูแลธรรมชาติธีม Lion King หรือ Living with the Land โดยสามารถฆ่าเวลาพร้อมทั้งเที่ยวไปในตัวในอาคารนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
  • The Seas with Nemo and Friends ซึ่งเป็นอะควาเรี่ยมขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว แล้วก็มีเครื่องเล่น Nemo ด้วย
  • Innoventions คล้าย ๆ นิทรรศการ แต่มีเครื่องเล่นที่สามารถออกแบบเล่นเองได้ และมีเครื่องเล่นเล็ก ๆ หลาย ๆ อย่าง ให้เล่นและชม เป็นที่หลบฝนและสนุกไปในตัวเลย
  • ร้านขายของที่ระลึก Mouse Gear เท่าที่ดูว่า ผมว่าเป็นร้านขายของที่ใหญ่ที่สุดใน 4 พาร์คเลย กว้างมาก ๆ เดินเล่นดูของ ซื้อของได้นานเลย แนะนำว่าจะซื้ออะไร ให้เล็ง ๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยแวะมาซื้อช่วงก่อนออกจากพาร์ค ถ้าซื้อตั้งแต่มาใหม่ ๆ อาจต้องถือของหนัก ๆ ไปตลอดทั้งวันเลยนะครับ


สำหรับบริเวณหลบฝนที่ Magic Kingdom มีเต็มไปหมด ถ้าจะให้แนะนำ ก็อาจจะเป็นบริเวณ Main Street USA เพราะมีร้านขายของเยอะ นอกจากนี้แต่ละร้าน ยังมีโชว์การทำโน่นนี่ เช่น การเป่าแก้ว การทำโคมไฟ ซึ่งน่าสนใจดีเหมือนกันครับ ช่วงแรก ๆ ที่ผมมา เดินผ่านพวกนี้ไปหมด ไม่เคยแวะดูเลย เพราะว่าเวลาน้อย จะมุ่งเข้าไปเล่นเครื่องเล่นข้างในให้ครบก่อน

นอกจากนี้ อีกที่นึงที่แนะนำอาจจะเป็น Liberty Square เข้าไปดู The Hall of Presidents ความยาว 20 กว่านาที ซึ่งก่อนจะเข้า ก็จะมีห้องโถงสำหรับรอ ซึ่งตกแต่งเป็นแนวทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งก็กว้างอยู่เหมือนกัน


ส่วนอีกที่หนึ่งที่แนะนำ ก็คือการเข้าแถวรอเล่นเครื่องเล่นที่อยู่ในอาคาร ซึ่งแนะนำว่าให้เข้าแถวที่ Space Mountain เพราะว่าแถวในอาคารยาวมาก (เป็นชั่วโมง) ระหว่างเข้าแถว เค้าจะมีเกมให้เล่นแก้เซ็งไปในตัว ข้างในตกแต่งสวยงามมาก ทำให้เราไม่เปียกฝน ส่วนแถวเครื่องเล่นอย่างอื่น บางแห่งจะอยู่กลางแจ้ง เลยไม่แนะนำเวลาฝนตกครับ

หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะแห้งกันนะครับ . . .

กิจกรรมฟรีที่ Walt Disney World

กิจกรรมที่ไม่ต้องเสียเงินที่ Walt Disney World



  • ไปตามรีสอร์ตต่าง ๆ เดินเล่นชมวิวสบาย ๆ คนน้อย ๆ ที่ดิสนีย์มีรีสอร์ตเป็นตัน แต่ละแห่งตกแต่งตามธีมต่างๆ ของดิสนีย์ คนไทยชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว กิจกรรมนี้คิดว่าน่าจะถูกใจพวกเราอย่างมาก
  • นั่งแทรมฟรี เรือฟรี โมโนเรลฟรี รถเมล์ฟรี
  • รถรับส่งสนามบิน ฟรี ถ้าเป็นแขกที่พักกับรีสอร์ต ที่นี่เค้าทำเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ ใหญ่โตมาก ที่สนามบินมีเคาน์เตอร์ของดิสนีย์เวิลด์รีสอร์ตโดยเฉพาะเลย ใหญ่มาก
  • Fast Pass ฟรี (ที่ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ต้องซื้อนะครับ) ให้วันละ 3 อัน พอใช้หมดแล้ว สามารถขอเพิ่มได้ทีละอัน
  • น้ำฟรี (น้ำเปล่า) ผมไม่ได้หมายถึงน้ำกดที่กดดื่มกันตามที่ต่าง ๆ หรือหน้าห้องน้ำนะครับ อันนั้นยังไงก็ฟรีอยู่แล้ว อันนี้ผมหมายถึงน้ำเย็น ๆ อยู่ในถ้วย โดยเราสามารถไปขอน้ำจากร้านฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ ได้ฟรีเลย
  • น้ำอัดลมฟรี ถ้าวันไหนไป Epcot อย่าลืมไปที่ Club Cool มีน้ำอัดลมอร่อย ๆ ของค่ายโค้กให้กดลองชิมกันไม่อั้น (อย่าเรียกว่าชิมดีกว่า เพราะแต่ละคนกดกันที 5-10 ถ้วยเลย ถึงแม้จะถ้วยเล็กนิดเดียวก็เถอะ กินหลาย ๆ ถ้วยก็อิ่มเหมือนกันนะครับ)
  • ดูพลุฟรี
    • จากจุดชมพลุของรีสอร์ตต่าง ๆ โดยไม่ต้องเข้าไปในพาร์ค
    • Transportation and Ticket Center บริเวณท่าเรือ จะเป็นจุดที่ดูสบายและสวยที่สุดของ Magic Kingdom
    • Disney’s Boardwalk ถ้าอยากดูพลุของ Hollywood Studios (พลุสตาร์วอร์ส) ก็ให้เดินข้ามฟากไปที่ริมหาดทราย จะเห็นพลุขึ้นมาสวยงามมาก
    • ถ้าต้องการเห็นพลุของ Epcot (Illuminations) พอเข้าไปที่ Disney’s Boardwalk ให้เดินไปที่สะพานข้ามทะเลสาบด้านขวา จะมองเห็นพลุลูกที่ขึ้นสูง ๆ ชัดเจน จริงๆ แล้วบนสะพานเกือบทุกสะพานจะเห็นหมด แต่บางลูกจะมีต้นไม้บังพอสมควร
    • บริเวณหน้า Park ของ Hollywood Studios ตรงข้างทะเลสาบ จะเห็นทั้งพลุของ Hollywood Studios เองแล้วก็พลุของ Epcot ด้วย ส่วนมากจะจุดเวลาไล่ ๆ กัน
  • Disney Springs ซึ่งแต่เดิมคือ Downtown Disney มีการปรับปรุงใหม่ให้กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก เป็นสถานที่สำหรับเดินเล่นสบาย ๆ ถ่ายรูป กินลม กินขนม ชมวิว จับโปเกม่อน ฟังเพลงหลากหลายแนว รับประทานอาหารค่ำ แล้วก็ช็อปปิ้งของที่ระลึก ซึ่งส่วนมากจะเป็นของค่ายดิสนีย์โดยเฉพาะ แถมที่จอดรถที่นี่ก็ฟรีอีกต่างหาก (ที่อื่นเสียเงินวันละ $20 นะครับ) ร้าน World of Disney ที่นี่ ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นร้านขายของที่ระลึกดิสนีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยแบ่งเป็น 12 โซนด้วยกัน มีขายทั้งเสื้อผ้า ของสะสม และทุกอย่างเกี่ยวกับดิสนีย์เลย. . . ใครชอบของพวกนี้ เตรียมตังค์มาเยอะ ๆ อย่างเดียวพอ
  • ร้ายขาย LEGO ที่ Disney Spring™ เป็นที่แสดงตัวต่อเลโก้ขนาดยักษ์หลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อตัวละครจากเรื่องสโนไวท์ ทอยสตอรี่ แล้วก็เรื่องอื่น ๆ อีกเยอะเลย ข้างนอกหน้าร้านมีชิ้นเลโก้ให้เล่นจำนวนมาก ส่วนข้างในก็ขายของตามระเบียบ

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

โปรแกรมเที่ยว Orlando ที่แนะนำ 10 วัน

โปรแกรมเที่ยวแนะนำ 10 วัน


จัดโปรแกรม 10 วันสำหรับเที่ยวออร์แลนโด ที่คุ้มเงิน คุ้มเวลาที่สุด คลิกฟังคลิปที่นี่

หากมีเวลาประมาณ 10 วันในการหยุดพักผ่อน แล้วบินมาเที่ยวออร์แลนโด ไม่ว่าจะมากันเองในหมูวัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือพาลูก ๆ มาเที่ยว ถ้าจะให้คุ้มค่า คงต้องมีการวางแผนไว้ก่อน เพราะว่าที่เที่ยวเยอะมาก อนึ่งที่นี่เป็นเมืองหลวงแห่งสวนสนุกหรือธีมพาร์ค บล็อกนี้จึงเน้นธีมพาร์คมากเป็นพิเศษ แล้วก็มีวัตถุประสงค์เขียนเพื่อแนะนำให้คนที่อยู่ในเมืองไทยอ่านเป็นหลักนะครับ ดังนั้นในรายการข้างล่างนี้ อาจไม่ค่อยแนะนำสวนน้ำเท่าไหร่ เนื่องจากช่วงที่เขียนบล็อกนี้ ประมาณปลายปี 2015 ที่เมืองไทยมีสวนน้ำดี ๆ มาตรฐานสากลเปิดใหม่ ๆ เต็มไปหมด แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย ขับรถจากกรุงเทพไปแค่หัวหิน หรือพัทยาเอง ซึ่งตัวผมเองก็ลองไปสัมผัสมาแล้ว ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนในประเทศไทย จึงทำให้เล่นสวนน้ำได้สนุกสนานมาก ให้คะแนนยอดเยี่ยมเลยครับ  



สำหรับแผนท่องเที่ยวที่แนะนำ หากมีเวลาบินมาเที่ยวที่ออร์แลนโดประมาณ 10 วัน ขอแนะนำแผนการเที่ยวเผื่อเป็นไอเดียคร่าว ๆ ไว้สองสามแบบดังนี้


แผน 1 : เน้นเที่ยวเยอะ เล่นเครื่องเล่นมากที่สุด ไปหลายที่

  • ธีมพาร์ค 6 วัน ส่วนใหญ่คนจะเน้นไปที่ดิสนีย์เวิลด์ 4 วัน และยูนิเวอร์ซัลสตูดิโอ 2 วัน
Disney Electric Parade

  • สวนน้ำ 1 วัน มีทั้งแบบประหยัด กับแบบหรู Discovery Cove ให้เลือก  
  • ธรรมชาติ 1 วัน น้ำพุร้อน ไปดูตัว Manatee ที่ Blue Spring และเล่นน้ำ
  • ผ่อนคลายสบาย ๆ 1 วัน เดินเที่ยวทะเลสาบ นั่งรถเมล์ Sightseeing
  • ช็อปปิ้ง 1 วัน เอาต์เล็ต

โชว์ปลาโลมา
 
ฉากดังจากเรื่องแฮรี่ พ็อตเตอร์
 

ที่เมืองนี้ ไม่มีภูเขา ไม่มีหิมะ ดังนั้นจึงไม่มีการเที่ยวปีนเขา หรือเล่นสกีอะไรแบบเมืองหนาวนะครับ ส่วนพวกสวนสัตว์หรือสถานที่ท่องเที่ยวเล็ก ๆ เช่น มาดามทุสโซ่ พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ หรืออะควาเรี่ยม ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่าประเทศอื่นหรือเมืองอื่น (แต่ว่ามีเยอะมากเลย ถ้ามีเวลาว่างเยอะหน่อย ก็น่าจะไปให้ทั่ว)

แผน 2 : เน้นเที่ยวถ่ายภาพ สบาย ๆ ค่อย ๆ ไป ไม่เน้นเครื่องเล่น


  • ธีมพาร์ค 5 วัน อาจจะไปดิสนีย์เวิลด์ 3 วัน และยูนิเวอร์ซัลสตูดิโอ 2 วัน
  • ฐานปล่อยจรวด (องค์การนาซ่า) ที่ Kennedy Space Center ซัก 1 วัน

  • ซีเวิลด์ 1 วัน มีทั้งแบบประหยัด กับแบบหรูให้เลือก
  • บุชการ์เด้น (เครื่องเล่นโหดและเสียวมาก) ซัก 1 วัน
  • ธรรมชาติ 1 วัน น้ำพุร้อน ไปดูตัว Manatee ที่ Blue Spring และเล่นน้ำ
  • ชายหาด 1 วัน อาจไป Daytona Beach หรือชายหาดแถว Tampa Bay ซึ่งมีหาดเยอะมาก
  • ผ่อนคลายสบาย ๆ 1 วัน เดินเที่ยวทะเลสาบ นั่งรถเมล์ Sightseeing


แผน 3 : แบบผสมผสาน เน้นความหลากหลาย บวกช็อปปิ้งและการชมวิว



  • ธีมพาร์ค 4 วัน
  • คาสิโน (แทมป้า) 1 วัน
  • ล่องเรือคาสิโน ไปเช้าเย็นกลับ 1 วัน
  • เอาต์เล็ต 1 วัน
  • เที่ยวธรรมชาติ ชมน้ำใส น้ำพุร้อน ไปดูตัว Manatee ที่ Blue Spring และเล่นน้ำ 1 วัน

แผน 4 : เน้นรับประทาน ชมบรรยากาศดี ๆ
  • ร้านอาหารดี ๆ ตกแต่งสวย ๆ ส่วนมากก็จะอยู่ใน Disney World นี่แหละครับ
  • Magic Kingdom ซักวัน ร้านอาหาร Be Our Guest ในเมจิกคิงดอม ที่สร้างมาจากหนังเรื่อง Beauty and the Beast เป็นร้านที่คนแน่นมาก ต้องจองล่วงหน้ากันถึง 180 วันเลยทีเดียว ข้างในเป็นห้องอาหารในปราสาท ที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม
  • แนะนำ EPCOT ซัก 2-3 วัน ร้านอาหารที่ฝรั่งเศส บริเวณ World Showcase ของ EPCOT ก็เป็นร้านที่ได้รับความนิยม เพราะบรรยากาศดีมาก เหมือนไปกินที่ยุโรป
  • บางคนชอบอาหารของประเทศอะไร ไม่ว่าจะเป็น อาหารอิตาลี ญี่ปุ่น โมร็อคโค ก็สามารถหารับประทานได้ใน EPCOT นะครับ มีทั้งแบบฟาสต์ฟู้ดราคาไม่แพงมาก แล้วก็แบบราคาแพง เลิศหรูอลังการ
  • ขับรถไปกินปูริมทะเล ซักวัน 
Cocoa Beach
สำหรับโปรแกรมที่จะบรรจุในรายการท่องเที่ยว 10 วันที่แนะนำ ผมไม่ได้รวมสถานที่ท่องเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น สวนผีเสื้อ หรือพิพิธภัณฑ์ภาพวาด หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือพวกพิพิธภัณฑ์ของแปลกอย่าง Ripleys, WonderWorks หรือการชมหุ่นขี้ผึ้งอย่าง Madame Tussauds เข้าไปด้วยนะครับ เพราะเห็นว่าเมืองไทยก็มี แล้วก็สร้างได้มาตรฐานดีเช่นกัน ไหน ๆ มาเที่ยวไกล ๆ ทั้งที ก็ต้องมาอะไรที่ไม่ค่อยมีที่เมืองไทยนะครับ

 คลิกฟังคลิปที่นี่ สำหรับโปรแกรมแนะนำเที่ยว 10 วันใน Orlando 


แนะนำที่เที่ยว Orlando

แนะนำที่เที่ยว Orlando แฟน ๆ สวนสนุก หรือธีมพาร์ค ต้องไม่พลาด  ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 ...