วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การชมพาเหรดที่ดิสนีย์เวิลด์

ห่างหายไปนาน เพราะวุ่น ๆ อยู่กับหลายเรื่อง ไม่รู้จะเขียนอะไร ถ่ายภาพมาให้ชมกันเพลิน ๆ แล้วกันนะครับ






















ส่งท้ายด้วย มิกกี้ และมินนี่ . . . บ้าย บาย

แนะนำที่หลบฝน ดิสนีย์เวิลด์

นี่ก็เริ่มเข้าหน้าฝนแล้ว ใครที่มาเที่ยวดิสนีย์เวิลด์นี่ ส่วนมากก็จะเจอฝนกันบ่อยมาก ๆ แต่ไม่นานฝนก็หยุด แต่ถ้าบังเอิญโชคร้าย  เจอฝนพอดี ก็ขอแนะนำที่หลบฝนให้ตามนี้ครับ



ที่ Epcot หากฝนตกลงมาหนักมาก บริเวณ Future World แทบจะหลบได้ทุกอาคาร ไม่ว่าจะเป็น :

  • The Land ซึ่งมีทั้งเครื่องเล่น Soarin ยอดฮิต และการดูแลธรรมชาติธีม Lion King หรือ Living with the Land โดยสามารถฆ่าเวลาพร้อมทั้งเที่ยวไปในตัวในอาคารนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
  • The Seas with Nemo and Friends ซึ่งเป็นอะควาเรี่ยมขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว แล้วก็มีเครื่องเล่น Nemo ด้วย
  • Innoventions คล้าย ๆ นิทรรศการ แต่มีเครื่องเล่นที่สามารถออกแบบเล่นเองได้ และมีเครื่องเล่นเล็ก ๆ หลาย ๆ อย่าง ให้เล่นและชม เป็นที่หลบฝนและสนุกไปในตัวเลย
  • ร้านขายของที่ระลึก Mouse Gear เท่าที่ดูว่า ผมว่าเป็นร้านขายของที่ใหญ่ที่สุดใน 4 พาร์คเลย กว้างมาก ๆ เดินเล่นดูของ ซื้อของได้นานเลย แนะนำว่าจะซื้ออะไร ให้เล็ง ๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยแวะมาซื้อช่วงก่อนออกจากพาร์ค ถ้าซื้อตั้งแต่มาใหม่ ๆ อาจต้องถือของหนัก ๆ ไปตลอดทั้งวันเลยนะครับ


สำหรับบริเวณหลบฝนที่ Magic Kingdom มีเต็มไปหมด ถ้าจะให้แนะนำ ก็อาจจะเป็นบริเวณ Main Street USA เพราะมีร้านขายของเยอะ นอกจากนี้แต่ละร้าน ยังมีโชว์การทำโน่นนี่ เช่น การเป่าแก้ว การทำโคมไฟ ซึ่งน่าสนใจดีเหมือนกันครับ ช่วงแรก ๆ ที่ผมมา เดินผ่านพวกนี้ไปหมด ไม่เคยแวะดูเลย เพราะว่าเวลาน้อย จะมุ่งเข้าไปเล่นเครื่องเล่นข้างในให้ครบก่อน

นอกจากนี้ อีกที่นึงที่แนะนำอาจจะเป็น Liberty Square เข้าไปดู The Hall of Presidents ความยาว 20 กว่านาที ซึ่งก่อนจะเข้า ก็จะมีห้องโถงสำหรับรอ ซึ่งตกแต่งเป็นแนวทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งก็กว้างอยู่เหมือนกัน


ส่วนอีกที่หนึ่งที่แนะนำ ก็คือการเข้าแถวรอเล่นเครื่องเล่นที่อยู่ในอาคาร ซึ่งแนะนำว่าให้เข้าแถวที่ Space Mountain เพราะว่าแถวในอาคารยาวมาก (เป็นชั่วโมง) ระหว่างเข้าแถว เค้าจะมีเกมให้เล่นแก้เซ็งไปในตัว ข้างในตกแต่งสวยงามมาก ทำให้เราไม่เปียกฝน ส่วนแถวเครื่องเล่นอย่างอื่น บางแห่งจะอยู่กลางแจ้ง เลยไม่แนะนำเวลาฝนตกครับ

หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะแห้งกันนะครับ . . .

กิจกรรมฟรีที่ Walt Disney World

กิจกรรมที่ไม่ต้องเสียเงินที่ Walt Disney World



  • ไปตามรีสอร์ตต่าง ๆ เดินเล่นชมวิวสบาย ๆ คนน้อย ๆ ที่ดิสนีย์มีรีสอร์ตเป็นตัน แต่ละแห่งตกแต่งตามธีมต่างๆ ของดิสนีย์ คนไทยชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว กิจกรรมนี้คิดว่าน่าจะถูกใจพวกเราอย่างมาก
  • นั่งแทรมฟรี เรือฟรี โมโนเรลฟรี รถเมล์ฟรี
  • รถรับส่งสนามบิน ฟรี ถ้าเป็นแขกที่พักกับรีสอร์ต ที่นี่เค้าทำเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ ใหญ่โตมาก ที่สนามบินมีเคาน์เตอร์ของดิสนีย์เวิลด์รีสอร์ตโดยเฉพาะเลย ใหญ่มาก
  • Fast Pass ฟรี (ที่ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ต้องซื้อนะครับ) ให้วันละ 3 อัน พอใช้หมดแล้ว สามารถขอเพิ่มได้ทีละอัน
  • น้ำฟรี (น้ำเปล่า) ผมไม่ได้หมายถึงน้ำกดที่กดดื่มกันตามที่ต่าง ๆ หรือหน้าห้องน้ำนะครับ อันนั้นยังไงก็ฟรีอยู่แล้ว อันนี้ผมหมายถึงน้ำเย็น ๆ อยู่ในถ้วย โดยเราสามารถไปขอน้ำจากร้านฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ ได้ฟรีเลย
  • น้ำอัดลมฟรี ถ้าวันไหนไป Epcot อย่าลืมไปที่ Club Cool มีน้ำอัดลมอร่อย ๆ ของค่ายโค้กให้กดลองชิมกันไม่อั้น (อย่าเรียกว่าชิมดีกว่า เพราะแต่ละคนกดกันที 5-10 ถ้วยเลย ถึงแม้จะถ้วยเล็กนิดเดียวก็เถอะ กินหลาย ๆ ถ้วยก็อิ่มเหมือนกันนะครับ)
  • ดูพลุฟรี
    • จากจุดชมพลุของรีสอร์ตต่าง ๆ โดยไม่ต้องเข้าไปในพาร์ค
    • Transportation and Ticket Center บริเวณท่าเรือ จะเป็นจุดที่ดูสบายและสวยที่สุดของ Magic Kingdom
    • Disney’s Boardwalk ถ้าอยากดูพลุของ Hollywood Studios (พลุสตาร์วอร์ส) ก็ให้เดินข้ามฟากไปที่ริมหาดทราย จะเห็นพลุขึ้นมาสวยงามมาก
    • ถ้าต้องการเห็นพลุของ Epcot (Illuminations) พอเข้าไปที่ Disney’s Boardwalk ให้เดินไปที่สะพานข้ามทะเลสาบด้านขวา จะมองเห็นพลุลูกที่ขึ้นสูง ๆ ชัดเจน จริงๆ แล้วบนสะพานเกือบทุกสะพานจะเห็นหมด แต่บางลูกจะมีต้นไม้บังพอสมควร
    • บริเวณหน้า Park ของ Hollywood Studios ตรงข้างทะเลสาบ จะเห็นทั้งพลุของ Hollywood Studios เองแล้วก็พลุของ Epcot ด้วย ส่วนมากจะจุดเวลาไล่ ๆ กัน
  • Disney Springs ซึ่งแต่เดิมคือ Downtown Disney มีการปรับปรุงใหม่ให้กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก เป็นสถานที่สำหรับเดินเล่นสบาย ๆ ถ่ายรูป กินลม กินขนม ชมวิว จับโปเกม่อน ฟังเพลงหลากหลายแนว รับประทานอาหารค่ำ แล้วก็ช็อปปิ้งของที่ระลึก ซึ่งส่วนมากจะเป็นของค่ายดิสนีย์โดยเฉพาะ แถมที่จอดรถที่นี่ก็ฟรีอีกต่างหาก (ที่อื่นเสียเงินวันละ $20 นะครับ) ร้าน World of Disney ที่นี่ ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นร้านขายของที่ระลึกดิสนีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยแบ่งเป็น 12 โซนด้วยกัน มีขายทั้งเสื้อผ้า ของสะสม และทุกอย่างเกี่ยวกับดิสนีย์เลย. . . ใครชอบของพวกนี้ เตรียมตังค์มาเยอะ ๆ อย่างเดียวพอ
  • ร้ายขาย LEGO ที่ Disney Spring™ เป็นที่แสดงตัวต่อเลโก้ขนาดยักษ์หลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อตัวละครจากเรื่องสโนไวท์ ทอยสตอรี่ แล้วก็เรื่องอื่น ๆ อีกเยอะเลย ข้างนอกหน้าร้านมีชิ้นเลโก้ให้เล่นจำนวนมาก ส่วนข้างในก็ขายของตามระเบียบ

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

โปรแกรมเที่ยว Orlando ที่แนะนำ 10 วัน

โปรแกรมเที่ยวแนะนำ 10 วัน


หากมีเวลาประมาณ 10 วันในการหยุดพักผ่อน แล้วบินมาเที่ยวออร์แลนโด ไม่ว่าจะมากันเองในหมูวัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือพาลูก ๆ มาเที่ยว ถ้าจะให้คุ้มค่า คงต้องมีการวางแผนไว้ก่อน เพราะว่าที่เที่ยวเยอะมาก อนึ่งที่นี่เป็นเมืองหลวงแห่งสวนสนุกหรือธีมพาร์ค บล็อกนี้จึงเน้นธีมพาร์คมากเป็นพิเศษ แล้วก็มีวัตถุประสงค์เขียนเพื่อแนะนำให้คนที่อยู่ในเมืองไทยอ่านเป็นหลักนะครับ ดังนั้นในรายการข้างล่างนี้ อาจไม่ค่อยแนะนำสวนน้ำเท่าไหร่ เนื่องจากช่วงที่เขียนบล็อกนี้ ประมาณปลายปี 2015 ที่เมืองไทยมีสวนน้ำดี ๆ มาตรฐานสากลเปิดใหม่ ๆ เต็มไปหมด แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย ขับรถจากกรุงเทพไปแค่หัวหิน หรือพัทยาเอง ซึ่งตัวผมเองก็ลองไปสัมผัสมาแล้ว ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนในประเทศไทย จึงทำให้เล่นสวนน้ำได้สนุกสนานมาก ให้คะแนนยอดเยี่ยมเลยครับ  



สำหรับแผนท่องเที่ยวที่แนะนำ หากมีเวลาบินมาเที่ยวที่ออร์แลนโดประมาณ 10 วัน ขอแนะนำแผนการเที่ยวเผื่อเป็นไอเดียคร่าว ๆ ไว้สองสามแบบดังนี้


แผน 1 : เน้นเที่ยวเยอะ เล่นเครื่องเล่นมากที่สุด ไปหลายที่

  • ธีมพาร์ค 6 วัน ส่วนใหญ่คนจะเน้นไปที่ดิสนีย์เวิลด์ 4 วัน และยูนิเวอร์ซัลสตูดิโอ 2 วัน
Disney Electric Parade

  • สวนน้ำ 1 วัน มีทั้งแบบประหยัด กับแบบหรู Discovery Cove ให้เลือก  
  • ธรรมชาติ 1 วัน น้ำพุร้อน ไปดูตัว Manatee ที่ Blue Spring และเล่นน้ำ
  • ผ่อนคลายสบาย ๆ 1 วัน เดินเที่ยวทะเลสาบ นั่งรถเมล์ Sightseeing
  • ช็อปปิ้ง 1 วัน เอาต์เล็ต

โชว์ปลาโลมา
 
ฉากดังจากเรื่องแฮรี่ พ็อตเตอร์
 

ที่เมืองนี้ ไม่มีภูเขา ไม่มีหิมะ ดังนั้นจึงไม่มีการเที่ยวปีนเขา หรือเล่นสกีอะไรแบบเมืองหนาวนะครับ ส่วนพวกสวนสัตว์หรือสถานที่ท่องเที่ยวเล็ก ๆ เช่น มาดามทุสโซ่ พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ หรืออะควาเรี่ยม ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่าประเทศอื่นหรือเมืองอื่น (แต่ว่ามีเยอะมากเลย ถ้ามีเวลาว่างเยอะหน่อย ก็น่าจะไปให้ทั่ว)

แผน 2 : เน้นเที่ยวถ่ายภาพ สบาย ๆ ค่อย ๆ ไป ไม่เน้นเครื่องเล่น


  • ธีมพาร์ค 5 วัน อาจจะไปดิสนีย์เวิลด์ 3 วัน และยูนิเวอร์ซัลสตูดิโอ 2 วัน
  • ฐานปล่อยจรวด (องค์การนาซ่า) ที่ Kennedy Space Center ซัก 1 วัน

  • ซีเวิลด์ 1 วัน มีทั้งแบบประหยัด กับแบบหรูให้เลือก
  • บุชการ์เด้น (เครื่องเล่นโหดและเสียวมาก) ซัก 1 วัน
  • ธรรมชาติ 1 วัน น้ำพุร้อน ไปดูตัว Manatee ที่ Blue Spring และเล่นน้ำ
  • ชายหาด 1 วัน อาจไป Daytona Beach หรือชายหาดแถว Tampa Bay ซึ่งมีหาดเยอะมาก
  • ผ่อนคลายสบาย ๆ 1 วัน เดินเที่ยวทะเลสาบ นั่งรถเมล์ Sightseeing


แผน 3 : แบบผสมผสาน เน้นความหลากหลาย บวกช็อปปิ้งและการชมวิว



  • ธีมพาร์ค 4 วัน
  • คาสิโน (แทมป้า) 1 วัน
  • ล่องเรือคาสิโน ไปเช้าเย็นกลับ 1 วัน
  • เอาต์เล็ต 1 วัน
  • เที่ยวธรรมชาติ ชมน้ำใส น้ำพุร้อน ไปดูตัว Manatee ที่ Blue Spring และเล่นน้ำ 1 วัน

แผน 4 : เน้นรับประทาน ชมบรรยากาศดี ๆ
  • ร้านอาหารดี ๆ ตกแต่งสวย ๆ ส่วนมากก็จะอยู่ใน Disney World นี่แหละครับ
  • Magic Kingdom ซักวัน ร้านอาหาร Be Our Guest ในเมจิกคิงดอม ที่สร้างมาจากหนังเรื่อง Beauty and the Beast เป็นร้านที่คนแน่นมาก ต้องจองล่วงหน้ากันถึง 180 วันเลยทีเดียว ข้างในเป็นห้องอาหารในปราสาท ที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม
  • แนะนำ EPCOT ซัก 2-3 วัน ร้านอาหารที่ฝรั่งเศส บริเวณ World Showcase ของ EPCOT ก็เป็นร้านที่ได้รับความนิยม เพราะบรรยากาศดีมาก เหมือนไปกินที่ยุโรป
  • บางคนชอบอาหารของประเทศอะไร ไม่ว่าจะเป็น อาหารอิตาลี ญี่ปุ่น โมร็อคโค ก็สามารถหารับประทานได้ใน EPCOT นะครับ มีทั้งแบบฟาสต์ฟู้ดราคาไม่แพงมาก แล้วก็แบบราคาแพง เลิศหรูอลังการ
  • ขับรถไปกินปูริมทะเล ซักวัน 
Cocoa Beach
สำหรับโปรแกรมที่จะบรรจุในรายการท่องเที่ยว 10 วันที่แนะนำ ผมไม่ได้รวมสถานที่ท่องเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น สวนผีเสื้อ หรือพิพิธภัณฑ์ภาพวาด หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ หรือพวกพิพิธภัณฑ์ของแปลกอย่าง Ripleys, WonderWorks หรือการชมหุ่นขี้ผึ้งอย่าง Madame Tussauds เข้าไปด้วยนะครับ เพราะเห็นว่าเมืองไทยก็มี แล้วก็สร้างได้มาตรฐานดีเช่นกัน ไหน ๆ มาเที่ยวไกล ๆ ทั้งที ก็ต้องมาอะไรที่ไม่ค่อยมีที่เมืองไทยนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

SeaWorld Orlando

เที่ยว SeaWorld ออร์แลนโด้

ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับ ว่าเป็นพาร์คที่จัดธีมโดยเน้นเกี่ยวกับสัตว์ทะเลโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นปลาวาฬ ปลาโลมา นกเพ็นกวิน สิงโตทะเล . . . ภายในพาร์คมีทั้งการแสดงต่าง ๆ และเครื่องเล่นพอสมควร … สำหรับการแสดงที่เด่น ๆ เห็นจะเป็นการแสดงของปลาวาฬเพชรฆาตที่ชื่อชามู ที่ Shamu Stadium, การแสดงปลาโลมาที่ Dolphin Theatre กับการแสดงสิงโตทะเลกับออตเตอร์ที่ Sea Lion & Otter Theatre


ส่วนเครื่องเล่นของซีเวิลด์ ก็มีแบบทั้งรถไฟเหาะขนาดยักษ์ที่สูงและยาวมาก ไม่ว่าจะเป็น Manta ที่ใช้ธีมว่าเป็นปลากระเบนบินโฉบไปมา กับ Kraken ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ที่น่ากลัวมาก เค้าก็ทำเครื่องเล่นให้สูงเสียดฟ้าให้ดูน่ากลัวมาก ๆ เลย . . . อ้อ ทั้งสองอย่าง ทั้งบ้านเราแค่เดินผ่านเฉยๆ ไม่กล้าเล่นครับ แต่สำหรับคนที่ชอบรถไฟเหาะ คงชอบแน่นอนครับ


ส่วนของที่มีให้เที่ยวชม ก็จัดไว้หลายโซนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นบ่อปลาโลมา ที่ให้คนสัมผัสอย่างใกล้ชิด, Journey to Atlantis, Antarctica, Sky Tower, บ่อสิงโตทะเล, บ่อปลากระเบน, บ่อปลาฉลาม, ที่ดูเต่าทะเลและสัตว์เลี้อยคลาน เช่นพวกจระเข้ หรือมานาที หรือจะเป็นสัตว์บริเวณขั้วโลก อย่างนกเพ็นกวิน หรือวาฬเบลูก้า


สำหรับที่ดูฉลามและปลากระเบน ก็มีกระจายกันอยู่หลายที่ทั่วพาร์คเลยนะครับ มีทั้งแบบดูเหนือน้ำ ตู้ผ่านตู้กระจก ดูใต้น้ำ หรือดูผ่านอุโมงค์ . . . ถ้าใครมีเวลาเยอะ ก็ค่อย ๆ เดินชมให้ทั่ว ๆ นะครับ


นอกจากนี้ ยังมีโซนสำหรับเด็กเล็ก ๆ ให้เพลิดเพลินกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นม้าหมุน หรือพวกเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ๆ ก็พอมีให้เล่นพอสมควร เครื่องเล่นเด็ก ๆ ทำไว้ดีและน่าเล่นมาก ๆ เลยครับ เสียดายเราโตแล้ว เลยไม่ได้เล่น

การแสดงที่ต้องชม



One Ocean การแสดงปลาวาฬชามู - ปลาวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีความเฉลียวฉลาด ไม่ใช่ปลา แต่เรียกกันติดปากว่าปลาวาฬ เพราะอาศัยอยู่ในน้ำ และรูปร่างคล้ายปลา . . . ส่วนชื่อโชว์ที่ชื่อว่าชามูนั้น เพราะว่าสมัยก่อนโน้นมีปลาวาฬที่ชื่อชามูเป็นตัวเอกในการแสดง แต่ตอนนี้ชามูไม่อยู่แล้ว แต่ก็ยังคงใช้ชื่อชามูเป็นชื่อของการแสดงอยู่



การแสดงนี้สำหรับคนที่ไปซีเวิลด์ ห้ามพลาดเลยนะครับ เพราะทำได้เร้าใจ และน่าตื่นเต้น และน่ารักมาก ช่วงที่ผมมาชม มีปลาวาฬฉลาด ๆ และน่ารักถึง 4 ตัวด้วยกัน มีทั้งการโชว์ความสามารถของปลาหลาย ๆ แบบ ทั้งการหมุน การเต้นรำ การกระโดดโชว์ การตีลังกา . . . เอาเป็นว่า ต้องมาชมความตื่นเต้นกันให้ได้นะครับ เวทีการแสดงใหญ่มาก จุคนได้เยอะมาก ดังนั้นมาก่อนก็เลือกที่ก่อนนะครับ ถ้าต้องการชมใกล้ ๆ ก็สามารถชมได้ แต่ที่เก้าอี้จะมีเขียนว่า Soak Zone นะครับ เพราะถ้าชมใกล้เกินไป อาจจะเปียกทั้งตัวได้ แต่ถ้าใกล้จะกลับบ้านแล้ว และโรงแรมอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร


Blue Horizon การแสดงปลาโลมา - นี่ก็เป็นอีกการแสดงหนึ่งที่ไม่ควรพลาด ซึ่งเป็นการแสดงร่วมกันระหว่างนักแสดง ปลาโลมา และนกต่าง ๆ . . . อย่างที่เราทราบกันว่า ปลาโลมา ก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่งที่ฉลาดมาก ทางซีเวิลด์ฝึกจนเก่งและนำมาแสดงประกอบเพลงให้พวกเราชมกัน




Clyde & Seamore’s Sea Lion High การแสดงสิงโตทะเลและออตเตอร์ - เป็นการแสดงของสิงโตทะเล 2 ตัวที่ฉลาดและน่ารักมาก ที่เรียนอยู่ในโรงเรียน Sea Lion High School ฉากมีการตกแต่งอย่างสวยงาม . . . การแสดงมีลักษณะน่ารัก ตลก และตื่นเต้น เป็นการแสดงที่ไม่ควรพลาดอีกเช่นเดียวกันครับ






สำหรับตารางการแสดงประเภทต่าง ๆ พอเราเข้าพาร์คแล้ว ให้เราหยิบแผนที่มาด้วยนะครับ เพราะในนั้นจะระบุเวลาที่เริ่มแสดงแต่ละรายการอย่างละเอียด แต่ละวันจะมีการแสดงประมาณอย่างละ 3-4 รอบ ให้เราไปก่อนเวลาซัก 20-30 นาทีครับ เพื่อเลือกที่นั่งที่ดี ๆ ครับ

สัตว์ทะเลนานาพันธุ์

ปลาโลมา


ปลากระเบน

วาฬ


 ปลาฉลาม


นกเพนกวิน - อยู่ที่อุณหภูมิ 0 องศา เดินเข้าไปแล้วหนาวมาก ๆ ใครไม่มีเสื้อหนาว อยู่ได้แป๊ปเดียว



โลมาน่ารัก ๆ


เต่าทะเล
และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

เครื่องเล่นที่แนะนำ

เครื่องเล่นแบบไม่เร็วมาก

  • Journey to Atlantis คล้าย ๆ ล่องแก่งที่ตกแต่งในธีมแอตแลนทิส
  • Polar Express เป็นซิมูเลเตอร์ ที่ตกแต่งอย่างสวยสดงดงาม
  • Antarctica นั่งเครื่องเล่นคล้าย ๆ เล่นสกี ลื่นไถลดูนกเพ็นกวิน
  • Sky Tower ขึ้นหอคอยชมวิวที่สูงมาก ๆ
Atlantis
ประเภทรถไฟเหาะ
Manta - รถไฟเหาะรูปปลากระเบน จะพาเราเหาะ และโฉบเฉี่ยวไปบนรางที่สูง และยาวมาก ใครชอบความตื่นเต้นท้าทาย ไม่ควรพลาดนะครับ


Kraken - รถไฟเหาะธีมสัตว์ประหลาดในตำนาน ซึ่งมองเห็นมาแต่ไกล เพราะสูงและยาวมาก สำหรับใครที่ชื่นชอบความเร็ว ก็ไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน


และตอนนี้กำลังสร้างรถไฟเหาะปลาฉลามอันใหม่อยู่ ที่ชื่อว่า Mako ซึ่งมีกำหนดว่าจะเปิดปีหน้านะครับ



สำหรับใครที่พาลูกเล็ก ๆ มา ก็มีเครื่องเล่นเด็ก ๆ ให้เล่นกันมากมาย อยู่ด้านหลัง Shamu Stadium ถ้าเราเป็นเด็ก ๆ ก็อยากเล่นเหมือนกัน เพราะทำไว้ค่อนข้างน่าสนใจ และน่าเล่นมาก อย่างช่วงคริสต์มาสนี่ ตกแต่งไฟไว้ซะสวยเชียว