วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แวะทรานสิตที่ LA

ประสบการณ์ท่องเที่ยว ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องที่ L.A.

ทริปคราวที่แล้วที่ไปเที่ยว Walt Disney World ที่ Orlando เครื่องบินสายการบิน United แวะ Transit เพื่อเปลี่ยนเครื่องที่ Los Angeles ประมาณ 10 ชั่วโมง คิดอยู่หลายตลบว่า จะนั่งรอเฉย ๆ ดีหรือเปล่า หรือจะออกไปเที่ยวข้างนอกดี เราลองหาจากเว็บฝรั่งดูว่า คนที่แวะนานขนาดนี้ เค้าทำอะไรกัน ก็ได้ข้อมูลพอสมควร เลยจะทำดูบ้าง แล้วเอาประสบการณ์มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกันในสไตล์ผมบ้าง

นั่งรถเมล์ LAX ไป Union Station


ออกจากตัวสนามบิน ก็เป็นถนนที่มีรถเมล์ รถโรงแรม รถสาธารณะวิ่งวนกันมากมาย . . . เราก็เบลออยู่นาน ไม่รู้ต้องขึ้นคันไหน ป้ายก็ไม่ค่อยชัดเจน กว่าจะรู้เรื่องว่าต้องทำยังไง หาคนถามก็ไม่ค่อยมี กว่าจะเจอเจ้าหน้าที่ถาม เดินวนเวียนไปมาอยู่หลายตลบอยู่


ถามไปถามมา ก็รู้ว่าต้องนั่งรถเมล์ไปในเมืองก่อน เพื่อนั่งรถใต้ดิน (เหมือนรถไฟฟ้าเมืองไทยแหละ) ถ้าเข้าระบบรถใต้ดินได้ปั๊ป ทุกอย่างก็หมู สบายมาก . . จากที่สอบถามมา ได้เรื่องว่า ต้องนั่ง LAX FlyAway ไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน


หน้าตารถเป็นแบบนี้ครับ รถจะมาเรื่อย ๆ ตามรอบ นั่งรอไปประมาณ 20 นาที รถเราก็มา ถามคนขับซักหน่อยว่าไป Union Station ใช่ไหม (เพื่อความชัวร์) เพราะว่าคันก่อนหน้า คล้าย ๆ กัน แต่ไปที่อื่น

พอมั่นใจแล้ว ก็ขึ้นไปนั่งเลยครับ ไม่ต้องจ่ายตังค์ก่อน เดี๋ยวไปซื้อตั๋วให้เค้าที่ปลายทางตอนไปถึงที่สถานี . . . รถใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที สำหรับสภาพจราจรปานกลาง เราก็ไปถึง Union Station เรียบร้อย ก็จัดการไปที่ซุ้ม ซื้อตั๋วเอามาให้คนขับ ราคาตอนนั้น $7 ครับ



บริเวณสถานี Union Station ที่เป็นสถานีซึ่งใหญ่มาก ๆ คล้าย ๆ เป็นแหล่งรวมรถใต้ดินเลย มีสายสีต่าง ๆ มาจอดตรงนี้มากมาย


เราจะไปแถบ Hollywoord ก็นั่งรถใต้ดิน Red Line ไปนะครับ หาทางลงให้ถูกด้วย ถามเค้าดีที่สุด เพราะผมอ่านเอง ลงผิดไปหลายอัน พอลงไปใต้ดิน ผมก็ซื้อตั๋วแบบใช้ได้ทั้งวันครับ ขึ้นกี่รอบก็ได้ในวันนั้น


หน้าตาของบริเวณที่รอรถไฟใต้ดิน รถไฟเป็นระบบรถไฟโบราณนะครับ มีมานานมาก ๆ แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีประตูกั้นเหมือนในเมืองไทย หรือสิงคโปร์ เป็นรถวิ่งมาโล่ง ๆ เลยครับ อันนี้จากแผนที่ท่องเที่ยว เลยรู้ว่าต้องนั่งรถไฟ Red Line ไปทาง Hollywood ไปลงที่ Highland


โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินปั๊ป เจอหุ่นขี้ผึ้งวางโชว์อยู่ รูป Johnny Depp ยืนหราเลย


จากนั้นเดินไปนิด ก็จะเห็นดาวอยู่ที่พื้นมากมาย อันนี้คือ Hollywood Walk of Fame โดยจะมีชื่อของคนดัง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง ดารา ผู้กำกับ ศิลปินต่าง ๆ มากมาย ใครอยากถ่ายคู่กับศิลปินคนโปรด ลองเดินหาดูนะครับ


อันนี้ผมเจอ Keanu Reeves พระเอกเรื่อง Speed กับ Matrix ทั้ง 3 ภาคเลย 5 5 5 เลยต้องถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย


รถเมล์นำเที่ยวนะครับ ซื้อตั๋วได้ตรงนั้นเลย จะพาเที่ยวรอบ ๆ ซุ้มขายตั๋วเยอะแยะอยู่ตรงถนนนั้นเลย พอดีผมเวลาไม่พอ เลยไม่ได้นั่งทั่วร์ครับ เดี๋ยวต้องรีบไปขึ้นเครื่อง


ร้าน Disney อยู่ฝั่งตรงก็มีนะครับ


บริเวณตรงนี้ คนไทยเยอะมาก ๆ ครับ เดินไปทางไหน ก็ได้ยินแต่เสียงคนไทยพูดคุย ถ่ายรูปกัน ผมเจออยู่หลายกลุ่มเลยครับ บริเวณรอบ ๆ ก็จะมีคนแต่งตัวเป็นตัวละครจากภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เดินอยู่รอบ ๆ ให้ถ่ายรูปเล่น พอถ่ายเสร็จก็เก็บตังค์ด้วย บอกว่าแล้วแต่จะให้


ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ ก็มีนะครับ


นี่ก็เป็น Dolby Theatre ซึ่งสมัยก่อนชื่อว่า Kodak Theatre แล้วก็มีการเปลี่ยนชื่อมาอีกรอบเป็น Hollywood and Highland Center Theatre แล้วท้ายที่สุดจึงมาเป็นชื่อนี้ครับ เป็นสถานที่จัดการแสดงสด อยู่บริเวณ Hollywood and Highland shopping mall ครับ



เดินต่อมาอีกนิด ก็เป็น TCL Chinese Theatre โดยที่นี่ร่วมมือกับ IMAX เพื่อสร้างโรงภาพยนตร์ IMAX โรงเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีที่นั่งถึง 932 ที่นั่ง


เดินไปอีกนิดก็เป็น ร้านขายขนม SWEET! ซึ่งป้ายเค้าเขียนว่า เป็นร้านขนมที่เจ๋งที่สุด


ผมเลยต้องลองเดินเข้าไปดูว่า เจ๋งจริงหรือเปล่า . . . ข้างในมีการตกแต่ง ประดับประดาอย่างสวยงาม หลายมุมด้วยกัน และกว้างขวางมาก ๆ


นี่ซุ้มเดียวนะครับ มีแต่งเจ๋ง ๆ ทั่วไปหมด เยอะมาก


อันนี้เป็นคีย์เปียโนที่แปลกประหลาดมาก เลยต้องถ่ายไว้ซะหน่อย


ปั๋มน้ำมัน Route 66 ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Cars คงรู้จักเส้นทางสายนี้นะครับ


ขนาดรถ Ferrari ทั้งคัน (ของจริง) ยังเอาเข้ามาไว้ในร้านขายขนมเลย เจ๋งจริงๆ สมชื่อที่โฆษณาไว้  5 5 5

บริเวณด้านหน้าร้านนะครับ มีทางเข้าหลายทางมาก


ทั้งห้างนี้คือ The Hollywood & Highland Center เป็นบริเวณที่กว้างใหญ่มาก โดยเป็น Entertainment Complex ที่ถนน Hollywood ใจกลางกรุง Los Angeles ด้วยพื้นที่กว่า 36000 ตารางเมตร


สถาปัตยกรรม ยิ่งใหญ่จริง ๆ ครับท่าน


ตรงกลางลาน มีการแสดงน้ำพุ คล้าย ๆ หน้าสยามพารากอนที่เมืองไทย แต่เวลาเดินถ่ายรูป เหงื่อไม่ออก (เย็นสบาย) 5 5 5



นี่ผมถ่ายจากมุมสูงลงมา ผมเดินวนเวียนถ่ายรูปไปรอบนึง กำลังจะเดินกลับไปขึ้นรถใต้ดินไปที่อื่นมั่ง


ก่อนกลับ เหลือบไปเห็น Walk of Fame ของ Britney Spears เลยต้องถ่ายมาอีกซักรูป


นี่ครับ มุมมองฝั่งตรงข้ามของสถานีรถใต้ดินที่ผมโผล่ขึ้นมา เอาละครับ เราไปที่อื่นกันต่อ ขากลับผม โผล่ขึ้นมาทุกสถานีเลย เวลาเหลือเยอะ จอดที่ไหน เราลงที่นั่น (บัตรซื้อแบบทั้งวัน) แล้วเดินขึ้นมาดูว่ามีอะไรสวย ๆ ให้ถ่ายรูปหรือเปล่า แต่ละแห่งก็เป็นถนนที่สวยงาม ลดหลั่นกันไป พอขึ้นมาบางแห่งก็เป็นถนน Hollywood บางแห่งก็เป็น Sunset ก็ได้ถ่ายรูปมุมแปลก ๆ มาเยอะเหมือนกัน

Hollywood 

อ้อ ลืมบอกไปว่า ถนน Hollywood นั้นยาวมาก ดังนั้นโผล่ขึ้นมาที่ไหน ก็เป็นถนน Hollywood หมดแหล่ะครับ ไม่ได้เป็นจุด ๆ หนึ่ง ส่วนป้าย Hollywood อันใหญ่ ๆ ที่คนนิยมไปถ่ายกัน อันนั้นอยู่บนภูเขาครับ เป็นตัวหนังสือขนาดยักษ์อยู่บนภูเขา ขึ้นเขาไปแล้วไม่มีอะไร ก็คล้าย ๆ จุดชมวิวที่สูง ๆ เพื่อไปถ่ายกับป้ายเฉย ๆ ครับ

แวะไป 4-5 สถานะ เดินกันจนหน้ามืด แต่ไม่เหนื่อยนะครับ ไม่เหงื่อซักหยด จากนั้นผมก็นั่งรถใต้ดินกลับไปที่ Union Station เพื่อเตรียมตัวกลับสนามบินนะครับ


ก่อนขึ้นรถเมล์ (สายเดิม เสียเงินอีก $7 คราวนี้ซื้อตั๋วก่อนขึ้น) เห็นท้องฟ้าสวยมาก ก็ถ่ายภาพซิลลูเอ็ตซักภาพ

จะมืดแล้วครับ กลับสนามบินดีกว่า


ระหว่างทางบนรถเมล์กลับสนามบิน LAX  ก็นั่งถ่ายบนรถไปเรื่อย ๆ ครับ . . . เจอรถติด ชั่วโมงกว่า


รถติด เราก็ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ

ถึงแล้วครับ

พอเห็นพวกนี้ ก็แปลว่าถึงสนามบิน LAX แล้วครับ สบาย ๆ ไม่รีบ เพราะต้องไปนั่งเฉย ๆ นิ่ง ๆ ที่สนามบินต่ออีก 2-3 ชั่วโมง 5 5 5

ท้ายที่สุด ผมก็กลับมาถึงสนามบิน หลังจากไปตะลุยแอลเอ ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมงครับ เผื่อเวลามาไว้ 4 ชั่วโมงสำหรับการเตรียมขึ้นเครื่องบินไป Orlando ต่อ เรียกว่าเที่ยวจนเหนื่อยเลย แล้วไปหลับบนเครื่องบินต่อซัก 4 ชั่วโมง . . .

จากการมาแวะเปลี่ยนเครื่องที่แอลเอครั้งนี้ อยากแนะนำเพื่อน ๆ พี่น้องเลยครับ ว่าถ้าต้องรอเครื่องบินซัก 6 ชั่วโมงขึ้นไป ผมว่าคุ้มค่าที่จะออกมาเที่ยวข้างนอกอย่างนี้ครับ ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว สรุปขั้นตอนให้ฟังง่าย ๆ อย่างงี้ครับ

- หลังจาก Immigration แล้ว ต้องตรงไปเอากระเป๋าใบใหญ่ด้วยนะครับ จากนั้นเดินตามป้ายไป เพื่อโยนกระเป๋ากลับเข้าไปในสายพาน (จะมีป้ายบอกว่า Transit หรือ Transfer) เวลามาอเมริกา ต้องทำอย่างนี้ทุกครั้งแม้ว่าเราจะ check through กระเป๋าไปถึงปลายทางก็ตาม โดยจะมีป้ายบอกไว้ชัดเจน
- ออกมาข้างนอก ขึ้นรถเมล์ไปสถานีใต้ดิน
- จากใต้ดิน เดินทางง่ายแล้วครับ
- พอเที่ยวเสร็จ กลับมาถึงสนามบิน ไม่ต้อง Check-in แล้วครับ เพราะเรามี Boarding Pass เรียบร้อยมาจากเมืองไทยแล้ว
- ก็เดินผ่าน Security check แล้วก็ไปรอขึ้นเครื่องได้เลย

* ถ้าชอบบทความและรูปที่ผมถ่าย ช่วยทวีต และแชร์ใน G+ หรือเฟซบุ๊คด้วยนะครับ
* ผมพยายามเขียนแนะนำท่องเที่ยวและถ่ายรูปมาลงให้ทั่วอเมริกา หรือถ้าเป็นไปได้ ทั่วโลกเลยครับ นี่เพิ่งเริ่มต้น ไปมาได้ไม่กี่เมือง แต่จะค่อย ๆ ทยอยไปนะครับ piya-travel.blogspot.com







1 ความคิดเห็น: