วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โบนันซ่า เอ็กโซติก ซู เขาใหญ่

Bonanza Exotic Zoo

จริง ๆ วันนี้จะไปเที่ยว Adventure Zone ของโบนันซ่า ปรากฏไปถึง "ปิด" 5 5 5 เลยเปลี่ยนแผน มุ่งไปที่อื่นแทน ระหว่างทางขับรถ เห็นม้าปลอมหลายตัวมาก ไม่รู้ว่าคืออะไร เลยจอดดูซะหน่อย ปรากฏเป็นบริเวณทางเข้า Bonanza Exotic Zoo ฟอร์มใหญ่มาก เลยเลี้ยวเข้าไปดู จากนั้นก็เลยตัดสินใจเข้าไปชมสวนสัตว์เล่น ถ่ายภาพมาทำบล็อกเล่าสถานที่ท่องเที่ยวซะเลย


เพิ่งมารู้ทีหลังว่า จริง ๆ ลูกก็ตั้งใจมาอันนี้แหละ ตอนแรกเข้าใจผิด คิดว่าจะไปอีกที่นึง ปรากฏขับรถมั่วไป มั่วมา แต่ดันไปถูกที่ นับว่าโชคดีมากครับท่าน . . . .


บริเวณทางเข้า จัดอย่างสวยงามมาก ฟอร์มยักษ์ ใครขับรถผ่านไปมา ต้องแวะแน่นอน


จากนั้น เราก็ไปจอดรถด้านในกัน แล้วก็พบกับป้ายนี้ ทำได้สวยงาม เอาไว้ให้คนถ่ายรูปโดยเฉพาะเลย


เลยต้องทำตามคอนเซ็ปต์ไปซัก 2-3 ช็อต อุตส่าห์จัดฉากไว้ให้ถ่าย วันที่เรามาอากาศไม่ร้อนเท่าไหร่ นับว่าโชคดีมาก ๆ . . แต่ถ้ามาหน้าหนาวนี่ คงเป็นสวรรค์บนดินเลย


หลังจากถ่ายบริเวณทางเข้าเรียบร้อย เราก็มาซื้อบัตรผ่านประตูกันดีกว่า


ถ่ายราคาบัตรมาฝากแฟนบล็อกของผมนะครับ ค่าเข้า 100 บาท ส่วนเด็ก 50 บาทครับท่าน ถือว่าเก็บไม่แพงนะครับ เพราะเข้าสวนสัตว์เขาดินก็ราคานี้เหมือนกันครับ . . . . แถมที่นี่ ได้อยู่กับสัตว์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดมาก ๆ เลยครับ มาครั้งแรก ผมและลูก ๆ ประทับใจจริง ๆ ครับ


นี่เป็นตั๋วเข้าสวนสัตว์โบนันซ่า ราคา 100 บาทสำหรับผู้ใหญ่ (ถ้าซื้อเฉพาะส่วนนี้ ต้องเดินเอง)


แต่ถ้าจะให้ดี ซื้อรถนั่งทัวร์ให้ทั่วด้วย 50 บาท เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินเอง (เดี๋ยวหน้ามืด) โดยรถจะจอดให้เป็นจุด ๆ แล้วปล่อยลงให้ชม พร้อมกับมีการบรรยายด้วยว่าอะไรเป็นอะไร ได้ความรู้ดีครับ ซื้อบัตรทีเดียว นั่งได้จนทั่ว 1 รอบ มีการจอด 3-4 ทีเป็นระยะ ๆ ไปกันแบบสบาย ๆ ไม่ได้เร่งรีบ


มาถึงไฮไลต์อันดับแรกของที่นี่เลย คืออัลปากา (Alpaca) ซึ่งเป็นสัตว์ในตระกูลอูฐ มาจากทวีปอเมริกาใต้ มีลักษณะคล้ายกับลามะ คอยาว ๆ เด็ก ๆ ชอบมาก เพราะขนมันนุ่ม และมันไม่ดุนะครับ


อัลปากาเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง พบได้ในที่สูงบริเวณแถบเทือกเขาแอนดีส ใครอยากเลี้ยง และสัมผัสใกล้ชนิด ก็ซื้ออาหารได้เลยนะครับ ซื้อ 1 ถุง เข้าไปได้ 2 ท่านครับ


สำหรับข้อมูลของอัลปากานะครับ เป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายลามะ แต่แตกต่างกันตรงที่ไม่ได้นำมาใช้งานขนของ ถูกเลี้ยงเพื่อนำขนมาทำเป็นเสื้อผ้า และเครื่องนุ่งห่ม (ก็ขนมันนุ่มสุด ๆ ไปเลย) ขนอัลปากาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ผ้าห่ม เสื้อกันหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และเครื่องนุ่งห่มประเภทต่าง ๆ ลองไปจับดู นุ่มมาก ๆ


ที่นี่เค้าให้ซื้ออาหารเข้าไปแล้วเลี้ยงได้ กอดได้ ถ่ายรูปได้ตามสบาย ขนนุ่มมาก ๆ ครับ


กอดคออย่างใกล้ชิด เหมือนสนิทกันมานาน แต่จริง ๆ เพิ่งรู้จักกันเมื่อกี้ 5 5 5


นี่เป็นยานพาหนะที่เราใช้เดินทางกันภายในสวนสัตว์


สถานีต่อไป เราจะไปบ้านนกฮูกกัน โดยที่นี่มีนกฮูกตัวใหญ่ ๆ อยู่หลายตัว ซึ่งเค้าเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก ๆ บินได้ด้วย (ไม่ได้ตัดเส้นเอ็น) ไม่ได้ร้อยโซ่ ปล่อยบินตามใจชอบ แต่มันไม่บินหนีไปไหน เพราะมันคิดว่า ที่นี่คือบ้านของมัน ก็แค่บินเปลี่ยนต้นไม้ไปมา เวลาคนเดินเข้าไปใกล้มากเกินไปเท่านั้น


ตัวนี้ยอมให้เราเข้าใกล้พอสมควร ก่อนจะบินไปเกาะต้นไม้ที่สูงมาก


ยืนสวยเด่นเป็นสง่ามาก ๆ


นี่ก็อีกตัวนึง เข้าไปถ่ายภาพได้ใกล้ ๆ เคย แต่ถ่ายได้ไม่กี่ภาพ ก็บินไปที่อื่นละ


เลยต้องมาถ่ายกระถางนกฮูกแทน  5 5 5


ตรงนี้เค้าทำเป็นธีม แฮรี่ พ็อตเตอร์นะครับ เป็นบ้านเก่า ๆ (ที่สร้างใหม่) มีแมงมุม (ปลอม) ตัวใหญ่ ๆ ถ่ายรูปออกมาก็เก๋ดีเหมือนกันครับ


จากนั้นเราก็นั่งรถไปยังจุดถัดไป ซึ่งมี เสือ สิงโต นกเงือก แพนด้าแดง อุรังอุตัง สัตว์เต็มไปหมดครับ บรรยายไม่ถูก ยังไงชมภาพไปเรื่อย ๆ แล้วกันนะครับ


ลูกสิงโต ตัวเล็ก ๆ เท่าสุนัข สามารถให้นมได้ (นอกกรง)


ตัวนี้เดินไปเดินมารอบ ๆ ไม่รู้จะเอาอะไร


เดินไปซักพัก ก็เจอลิงแสนรู้ (ฉลาดมาก) ทำท่าได้ทุกอย่าง และเชื่องมาก


นกแก้วมาคอว์

นกเงือก ที่ตอนนี้กลายเป็นสัตว์สงวนไปแล้วนะครับ

ฝูงนกแก้ว ตรงนี้นั่งถ่ายภาพ วิวออกมาไม่เลวครับ

ถ่ายให้ดูซักช็อต 5 5 5


ตรงนี้ เป็นกรงนกใหญ่ ซึ่งมีนกหลายชนิด สีสวย ๆ เยอะมาก


บรรดานกแก้วสายพันธุ์ต่าง ๆ มารุมกินมะละกอที่ลูกเราซื้อไปแจก


2 ตัวนี้แย่งมะละกอกัน ผมเลยถ่ายภาพจุดนี้มาฝากแฟนบล็อก นั่งแหมะตรงนี้หลายสิบช็อตเลยครับ

ถ่ายให้เห็นกันชัด ๆ แบบเห็นรูขุมขนกันไปเลย


นกแก้วสีแดง คงเป็นอีกพันธุ์หนึ่ง ในกรงนั้นมีหลายพันธุ์มาก ใครจะเข้าไป ต้องล้างมือ ล้างเท้าก่อนนะครับ (โดยการเดินเหยียบแผ่นน้ำยาที่เค้าเตรียมไว้ให้)




มีนกหลายหลายสีมาก ๆ ได้บรรยากาศที่เด็ก ๆ ชอบมาก เพราะนกพวกนี้ ไม่กลัวคนครับ


สงสัยว่า ตัวนี้จะเป็นนกเด็ก มีขนลักษณะนี้

นกเงือกอีกสายพันธุ์หนึ่ง


เด็ก ๆ สนุกกับอุรังอุตังใหญ่ เดินมาหลายรอบมาก ๆ


คราวนี้ยอมให้อุ้มดี ๆ เลย ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่ดิ้น


มีการจูบด้วย 5 5 5


เราก็เดินวนเวียนกันอยู่แถวนี้ ไป ๆ มา ๆ หลายรอบ เพราะเป็นจุดที่รถจอดจุดสุดท้าย พอเบื่อแล้ว ก็สามารถเดินออกได้เลย เพราะประตูทางออกอยู่ไม่ไกลครับ

อินเดียนแดง


จากนั้นเราก็เดินมาถึงส่วนม้าแคระ ซึ่งมีอยู่หลายตัว เค้าปล่อยให้ถ่ายรูปได้เต็มที่ แต่คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่คือ เวลาเข้า ให้เข้าทางด้านหน้าม้า ห้ามเข้าด้านหลังเด็ดขาด ไม่งั้นอาจโดนม้าดีดได้ เข้าข้างหน้าไม่เป็นไรครับ ค่อย ๆ เข้าไปช้า ๆ อย่าทำเค้าตกใจ


มีแพะและแกะเดินเพ่นพ่านหลายตัว ใครอยากให้นมแกะ ก็เชิญได้เต็มที่นะครับ

แพนด้าแดงก็มี 


กวางพวกนี้ อยู่ในกรงครับ ไม่ได้ปล่อยมาเดินเพ่นพ่าน . . .ไม่เหมือนที่เขาเขียว กวางอยู่ข้างนอกเลย

ม้าแคระ

ม้าปกติ

ตัวนี้ขี่ได้ จูงได้




ตรงใกล้ประตูทางออก มีเก้าอี้่ให้นั่งถ่ายกับ Batman และ Superman พอดีผมเป็นแฟนของ Batman เลยต้องมาถ่ายตรงนี้ซะหน่อย . . .

สรุปว่าการเที่ยวที่ Bonanza Exotic Zoo วันนี้ สนุกสนานมากมายครับ ขับรถจากกรุงเทพแค่ 2 ชั่วโมงนิด ๆ รถไม่ติด ถนนดีมาก . . . ใครที่ยังไม่เคยมา ก็น่ามาสัมผัสดูซักครั้งนะครับ เพิ่งเปิดได้ไม่กี่เดือนเองครับ (เปิดเมื่อปลายปี 2013)

* ถ้าชอบบทความและรูปที่ผมถ่าย สามารถทวีต และแชร์ใน G+ หรือเฟซบุ๊คได้เต็มที่เลยนะครับ
* ผมพยายามเขียนแนะนำท่องเที่ยวและถ่ายรูปแนะนำที่เที่ยวต่าง ๆ หรือถ้าเป็นไปได้ ทั่วโลกเลยครับ นี่เพิ่งเริ่มต้น ไปมาได้ไม่กี่เมือง แต่จะค่อย ๆ ทยอยไปนะครับ travel.suaythep.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น