วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วัดเบญจมบพิตร วันฟ้าใส

วันนี้ท้องฟ้าใส สวยงาม ไม่มีเมฆ ผมเลยตั้งใจมาถ่ายภาพวัดเบญจมบพิตรโดยเฉพาะ ขึ้นทางด่วนไปลงอุรุพงษ์ จากนั้นเลี้ยวซ้าย แล้วตรงไปนิดเดียว พอข้ามสะพานก็ให้เลี้ยวขวา จะเห็นวัดอยู่ทางซ้ายมือนะครับ


วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม หรือที่คนไทยเรียกสั้น ๆ ว่า "วัดเบญจมบพิตร" ส่วนชาวต่างชาติจะเรียกว่า "วัดหินอ่อน" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมชื่อ วัดแหลม หรือ วัดไทรทอง ภายหลังได้รับพระราชทานนามรัชกาลที่ 5 ว่า "วัดเบญจบพิตร" และใช้ชื่อนี้ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

พระประธานของวัดที่อยู่ภายใน จำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก


วัดนี้ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต วัดนี้รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงาม


วันนี้ผมเข้าจากอีกประตูหนึ่ง ด้านหลังวัดนะครับ เลยค่อย ๆ เดินอ้อมไปข้างหน้า ปกติทุกครั้งที่มา จอดรถข้างหน้า แล้วเข้าประตูหลักปั๊ป ก็เจอวัดเบญทันทีครับ แล้วเราก็อยู่แค่แถวนั้น ไม่เคยเดินไปที่อื่นกันเลย


มาถึงสะพานนี้ แสงเปรี้ยงมาก แบบว่าคอนทราสต์จัดสุด ๆ ผมเลยหามุมทำเป็นภาพขาวดำซะเลย


หันไปอีกฝั่ง เห็นเงาที่พื้นเรียงกันเป็นระเบียบสวยงาม รวมทั้งแนวเสาด้วย เลยพยายามก้ม ๆ เงย ๆ จัดการถ่ายไปอีกภาพ ก่อนที่จะเดินไปที่วัดหินอ่อนจริง ๆ ที่ฝรั่งนิยมมาเที่ยวกัน


วัดนี้สร้างขึ้นจากหินอ่อน ซึ่งนำมาจากประเทศอิตาลี นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงเรียกวัดนี้ว่า “Marble Temple” นะครับ โดยวัดนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพทีเดียวที่ชาวต่างชาติทุกคนต้องมาชมความงดงาม เมื่อวานที่ไปนี้ รถนำเที่ยวมาจอดหลายคันเลยครับ


มุมนี้ถ่ายยากนะครับ มีฝรั่งเดินไปมาตลอด ต้องรออยู่หลายนาทีเหมือนกัน กว่าจะไม่มีคนเพ่นพ่าน


หลังจากที่ผมดูทิศทางแสงแล้ว ก็พยายามหามุมที่สามารถถ่ายภาพออกมาให้สีสดที่สุด สำหรับวันนี้ ก็คงต้องเป็นมุมนี้แหละครับ (มาแต่ละเวลา ทิศทางแสงจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ต้องดูตามสถานการณ์นะครับ) ภาพทั้งหมดในชุดนี้ถ่ายออกมาปรับค่า Picture Control จากในกล้องแต่แรกเลยนะครับ ไม่ได้มาปรับเร่งสีในคอมพิวเตอร์ทีหลังอีก


ในที่สุด ก็มาถึงหน้าวัดตรงกลางเป๊ะ ยืนรอนานมาก กว่าคนจะหมด เพราะทุกคนมาถึงตรงนี้ ต้องมายืนถ่ายรูปกันทุกคน ใกล้บ้าง ไกลบ้าง พอคนหมดแล้ว ก็มีคนชุดใหม่ออกมาจากข้างในอีก บางทีก็เข้ามาจากข้างนอก . . . สำหรับวันนี้ผมทำได้ดีที่สุดเท่านี้แหละครับ มีฝรั่งคนนึงกำลังเดินออกไปหลังพุ่มไม้ แต่ไม่ไหวแล้วครับ ร้อนมาก จะเป็นลม . . . ภาพนี้ถ่ายบอกมาก เลยรู้ว่า ถ้าต้องการให้ได้สวย ๆ ต้องลงไปนอนเกือบติดพื้นเลยครับ วันนี้เลยลงไปนอนซะหน่อย (แต่พื้นร้อนมาก) ถ่ายไปได้ 3 ช็อตแบบรวดเร็วสุด ๆ ก็มีฝรั่งชุดใหม่เข้ามาอีกแล้ว เลยต้องรีบยักย้าย เปลี่ยนที่ถ่าย

สำหรับบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ มีสิงโตหินอ่อน 2 ตัวนั่งตระหง่านอยู่อย่างสวยงาม นี่เป็นตัวซ้ายนะครับ ผมมาที่นี่หลายรอบ ถ่ายแบบตรงๆ ทื่อ ๆ ไปเยอะแล้ว คราวนี้ขอลองมุมแปลก ๆ บ้างครับ


นี่เป็นตัวขวาครับ เมื่อวานที่ไปนี่ ท้องฟ้าสีสวยมาก แต่ก็ต้องแลกกับความร้อนที่มาอย่างเต็มที่


บริเวณระเบียงด้านหลังพระอุโบสถ เรียงรายด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่าง ๆ 52 องค์ บางวัน ถ้าโชคดี อาจเจอจังหวะที่แสงเข้ามาอย่างงดงามมาก ๆ


รูปปั้นสิงห์นี้ อยู่บริเวณด้านหลังนะครับ ต้องเดินขึ้นสะพาน ๆ แล้วอยู่เกือบติดโรงเรียนนะครับ


ก่อนกลับ เดินออกมานอกวัด เจอมุมนี้ ก็สวยดีเหมือนกัน รั้วเป็นแนวยาวเลย ผมเลยเก็บภาพสุดท้ายมาฝากครับ


อ้อ ลืมบอกไปว่าวันนี้ ใช้กล้อง Nikon D800 + เลนส์ 35 f/1.4G nano นะครับ เป็นเลนส์ฟิกซ์ ซูมไม่ได้ครับ ปรับ Picture Control เป็น Landscape โดยเร่งความชัด 1 ขีด, เร่งคอนทราสต์ 1 ขีด แล้วเร่ง Saturation 2 ขีด จากในกล้องเลยครับ ภาพทั้งหมดไม่ได้มาปรับในคอมอีก ถ่ายแล้วลงโชว์ในบล็อกเลยครับ (เดี๋ยวบางภาพ ถ้ามีเวลา จะเอาไปปรับแต่ง ภาพจะสวยขึ้นอีกเยอะเลยครับ)

* ถ้าชอบบทความและรูปที่ผมถ่าย ช่วยทวีต และแชร์ใน G+ หรือเฟซบุ๊คด้วยนะครับ
* ผมพยายามเขียนแนะนำท่องเที่ยวและถ่ายรูปมาลงทั่วโลกเลยครับ นี่เพิ่งเริ่มต้น ไปมาได้ไม่กี่เมือง แต่จะค่อย ๆ ทยอยไปนะครับ travel.suaythep.com หรือ piya-travel.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น