วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทัวร์เกาะของประเทศไทย แบบนั่งพาหนะครบทุกอย่าง

ไปภูเก็ตคราวนี้ มีโอกาสนั่งยานพาหนะแทบทุกชนิด ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ วันนี้ก็เลยเขียนบล็อกแนว Adventure เผื่อใครอยากจะลองทำตามดูบ้าง สนุกและได้ประสบการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ดีครับ

เริ่มต้นด้วยการนั่ง
  • รถยนต์
  • แอร์พอร์ตลิงค์
  • รถเมล์ไปขึ้นเครื่องบิน
  • เครื่องบิน
  • สปีดโบ้ต
  • แทร็กเตอร์

แอร์พอร์ตลิงค์ เหมาะสำหรับการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิตามลำพัง ไม่ต้องพะวงกับการรถติด หรือปิดถนนใด ๆ มีรถไฟออกเรื่อย ๆ ค่าโดยสารก็ไม่แพงมาก สมัยก่อนผมเคยมานั่งตอนเปิดใหม่ๆ ต้องยืนไปตลอดสาย ไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง แต่ในปัจจุบัน มีเก้าอี้อย่างดี นั่งสบาย แอร์เย็นเฉียบ . . .


ทางเลื่อนในสนามบินสุวรรณภูมิ ขาเดินทางในประเทศ


ที่นั่งรอเครื่องในสนามบิน



สปีดโบ๊ต หรือเรือด่วนสำหรับเดินทางไปเกาะรายาจากท่าฉลอง ที่ภูเก็ต เดินทางเพียง 30-40 นาทีก็ถึงเกาะแล้ว เรียกว่าเร็วมาก ๆ เลย



สปีดโบ๊ตพาไปดำน้ำดูปลาชนิดต่าง ๆ กัน น้ำที่เกาะรายาใสมาก ๆ


พาหนะสำหรับเดินทางบนเกาะ คล้าย ๆ รถสองแถว แต่เป็นแทร็กเตอร์ จุได้ประมาณ 6-10 คน



วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เกาะราชาใหญ่ (รายาใหญ่)

แฟนเพจคนไหน ชอบทะเลสวย ๆ หาดทรายละเอียด ๆ และท้องฟ้าที่สวยสด งดงาม อย่าพลาดการไปเที่ยวเกาะแห่งนี้เลยครับ


เกาะราชาใหญ่ หรือเกาะรายาใหญ่

เป็นเกาะที่สวยงามในทะเลอันดามัน ฝั่งตะวันตกของไทย ขึ้นเรือได้จากเกาะภูเก็ต หากเดินทางโดยสปีดโบ๊ต ใช้เวลาเพียง 30-40 นาทีเท่านั้นเอง นับว่าไม่ไกลเลยกับการไปชมธรรมชาติสวย ๆ น้ำใสปิ๊ง บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ และสวยงามของเกาะราชาใหญ่ เป็นสถานที่ซึ่งได้รับความนิยมอย่างยิ่งสำหรับการมาพักผ่อนบนเกาะแห่งนี้


บริเวณอ่าวสำหรับการดำน้ำดูปะการัง และดูปลาสีสวย ๆ หลากสายพันธุ์ ไม่ว่าจะตัวเล็ก ตัวใหญ่ ที่นี่มีครบหมด จากที่ผมไปมาเมื่อวาน นับว่าประทับใจมาก ๆ เลยครับ


เรามาเกาะนี้กันด้วยสปีดโบ๊ต พอมาถึงที่นี่ เค้าก็มีชูชีพ พร้อมหน้ากากบริการเสร็จสรรพ เราก็ใส่หน้ากาก แล้วก็หายใจผ่านปาก นอนคว่ำดูปลาสวย ๆ  สนุกสนานกับการดำน้ำดูปะการังหลากหลายสีสัน ทำให้พวกเราตื่นตาตื่นใจกับโลกใต้ท้องทะเลเป็นอย่างยิ่ง


บรรดาน้อง ๆ และลูก ๆ ต่างดำน้ำดูปลากันอย่างสนุกสนานมากเลยครับ โดยน้ำที่นี่จะลึกประมาณ 5-6 เมตร เค้าจะไม่ให้เราเข้าไปใกล้ฝั่ง เพราะว่ามีหอยเม่นอยู่ เดี๋ยวจะเหยียบถูก จะให้ลอยอยู่ตรงบริเวณที่ลึก ๆ นี่แหละครับ ลอยดูไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ


พอดำน้ำดูปลาน้ำลึกเสร็จแล้ว ก็มานั่งพักบนชายหายกันบ้าง  เกาะราชาใหญ่ นอกจากเป็นเกาะที่มีความสวยงาม ที่เป็นปะการังน้ำตื้นแล้ว ยังมีหาดทรายขาวสะอาด ทรายละเอียด นุ่มเท้ามาก ๆ อีกทั้งมีบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวไม่เยอะเกินไป พวกเราทั้ง 6 คนที่มานอนพัก แพล๊บเดียวก็หลับสบายกันหมดทุกคนเลย


พวกเรามากันด้วยเรือแบบนี้ครับ ตอนนั่งเรือมาก็สนุกดี เรือจะวิ่งเร็วทันใจดี น้ำทะเลที่นี่ใส และสีสดสวยมาก มีทั้งบริเวณสีฟ้าเข้ม สีฟ้าอ่อน สีน้ำเงิน สีเขียว แบบว่ามีครบทุกสีเลยครับ


หนูน้อยชาวจีนเดินเล่นอยู่ เลยขอเก็บภาพมาซักภาพ ใส่ชุดสีเขียวสดใส น่ารักจริงๆ


เรือที่จอดรอบริเวณท่าเรือ ซึ่งปัจจุบัน ท่าเรือไม่ได้เป็นสะพาน ทำให้เกะกะ และผุพังแบบสมัยก่อนแล้วนะครับ ท่าเรือที่นี่เป็นแบบพกพาได้ คือ 6 เดือนก็อยู่ที่อ่าวนี้ เพราะคลื่นลมสงบ พออีกฤดูหนึ่ง ก็ย้ายทุกอย่างไปอยู่ที่อีกอ่าวหนึ่ง ซึ่งทิศทางลมและคลื่น จะแตกต่างกันในแต่ละฤดูครับ สลับหมุนเวียนกันไป


สรุป บรรยากาศของเกาะราชาใหญ่แห่งนี้ ประทับใจพวกเรามาก ๆ ว่าง ๆ ต้องหาโอกาสมานั่งสบาย ๆ ชิลล์ ๆ กันอีกซักหลายรอบครับ ใครมาภูเก็ต แล้วมีเวลาแค่ 1 วัน ก็สามารถหาทัวร์มาที่นี่ได้เยอะแยะเลยครับ ส่วนราคาก็ไม่แพงครับ ถือว่าคุ้มมาก ๆ เลย ไว้มีเวลาว่าง ๆ เดี๋ยวกลับไปเที่ยวอีกครั้งแน่นอนครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ซาฟารีเวิล์ด

ซาฟารีเวิล์ด


วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ใครว่าง ๆ ไม่รู้จะไปไหน และไม่อยากขับรถไปต่างจังหวัดไกล ๆ ลองมาเที่ยวซาฟารีเวิลด์ดูครับ อยู่แถว ๆ รามอินทรา ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเท่าไหร่ครับ ยิ่งสมัยนี้มีทางด่วน และสะพานลอยข้ามแยก (หลบรถติด) ทำให้มาที่นี่ได้สะดวกมาก ๆ กว่าเมื่อ 5-6 ปีที่แล้วเยอะมากเลยครับ


มาถึงปั๊ปก็ซื้อบัตรเข้าชมก่อนนะครับ โดยสามารถเลือกซื้อได้ 2 แบบ คือจะเข้าเฉพาะมารีนปาร์ค (เดินชมเอง) หรือจะเข้าเฉพาะซาฟารีปาร์ค (ขับรถชมซาฟารี) แต่ไหน ๆ มาทั้งมีแล้ว ก็ซื้อ 2 แบบเลยครับ จะได้ชมกันทั่ว ๆ


แรกเริ่มเราก็จอดรถ แล้วก็มาเดินในมารีนปาร์คกันก่อน โดยจะมีการแสดงสัตว์เป็นรอบ ๆ ซึ่งในแต่ละวันไม่เหมือนกัน สามารถขอโปรแกรมได้จากที่ซื้อบัตรเลยครับ การแสดงแต่ละอย่างนั้น อยู่ห่างไกลกันพอสมควร บางแห่งต้องเดินประมาณ 10-15 นาทีถึงจะไปถึงอีกแห่งหนึ่งได้ ดังนั้น ก็ควรเผื่อเวลาเดินไว้พอสมควรนะครับ


เนื่องจากผมมาที่นี่บ่อยมาก เลยไม่เน้นชมโชว์ต่าง ๆ เพราะดูแต่ละอย่างมาหลายรอบแล้ว แต่ถ้าบังเอิญเดินผ่านตอนที่กำลังจะเริ่มแสดงพอดี ก็ตาม ๆ กันเข้าไปชม


บริเวณนี้เป็นศาลาเลี้ยงยีราฟที่เค้าเคลมว่า มียีราฟมากที่สุดในโลก หรือฝูงใหญ่ที่สุดในโลกที่อยู่รวมกันกว่า 300 ตัว


ใครมาถึงแถวนี้แล้ว ก็อย่าพลาดนะครับ เพราะวิวเป็นพาโนราม่า กว้างสุดลูกหูลูกตาจริง ๆ แล้วก็มียีราฟเยอะจริง ๆ สมกับที่คุยไว้ข้างนอกนะครับ


สำหรับวิธีการเลี้ยงยีราฟ ปกตินั้นยีราฟจะไม่กัดครับ แต่ลิ้นยีราฟจะยาวมาก และน้ำลายยืด ดังนั้น ที่นี่จะมีไม้จิ้มครับ เพื่อจิ้มกล้วยให้ยีราฟรับประทานทีละ 1 ลูกครับ


นี่เป็นบรรยากาศที่ผมถ่ายมาจากศาลาชมยีราฟนะครับ ยีราฟเยอะสมราคาคุยครับ ไม่ผิดหวัง . . .


ส่วนมากยีราฟก็เหมือนคนนั้นแหละครับ ชอบมาหลบแดด ไม่อยากตากแดดเปรี้ยง ๆ ดังนั้น ตรงนี้จะมาชุมนุมกันอยู่เยอะมาก


มีสถานที่ให้ถ่ายคู่กับยีราฟเยอะเลยครับ กว้าง ๆ ถ่ายสบาย


น้ำตกที่มารีนปาร์ค ซาฟารีเวิลด์


วอลรัส เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือ และมหาสมุทรแปซิฟิก มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน จะก้าวร้าวในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ปกติตรงนี้จะไม่มีกรง แต่สงสัยหลัง ๆ มันดุเกินไป เลยต้องทำกรงมาล้อมรอบไว้

วอลรัสตัวผู้ที่โตเต็มที่อาจจะมีน้ำหนักถึง 1,600 - 1,900 กิโลกรัม จุดเด่นของวอลรัสก็คือ งายาวสีขาวนั่นเอง



ที่คือโลกของไข่ครับ ข้างในติดแอร์เย็นฉ่ำ ใครเดินเที่ยวจนหน้ามืดไม่ไหวแล้ว ก็สามารถเดินเข้าไปตากแอร์ในนี้ได้ และชมไข่ของสัตว์ต่าง ๆ ทั้งไข่จริง ไข่ปลอม นอกจากนั้นภายในยังจัดเป็นนิทรรศการ ที่มีความสวยงาม และน่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย


กรงนกแก้วนี้ เป็นสถานที่ใหม่ของซาฟารีเวิลด์ เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก ก็สามารถเข้าไป และซื้ออาหารนกได้นะครับ นกแก้วสีสวย  ๆ จะเยอะมาก ถ้าเราซื้ออาหารแล้ววางไว้ตามร่างกาย ไม่ถึง 2 นาที นกก็จะมาเกาะเต็มตัวเราเลยครับ


นกแก้วหลากสายพันธุ์สีสวย ๆ



นี่เป็นการแสดงแมวน้ำแสนรู้นะครับ ดูเพลินดีครับ


บ่อปลาคาร์พ ที่มาทีไร ผมจะต้องมานั่งดูปลาคาร์พตรงนี้ทุกครั้ง เพราะมีหลายตัวที่สีสวยเข้าขั้นระดับเทพจริง ๆ และบางตัวก็ใหญ่มาก ๆ ด้วย





เมื่อเดินชมมารีนปาร์คทั่วแล้ว ซึ่งถ้าเดินกันจริง ๆ จัง ๆ ดูทุกอย่าง ก็คงตั้งแต่เช้ายันเย็น แต่พอดีผมมาบ่อย การแสดงอะไรที่เคยดูหลาย ๆ รอบ บางอันถ้าคนแน่น ก็ไม่ได้เข้า ก็เลยใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงกว่า ๆ เอง เราก็ออกมาขับรถของเรา เข้าไปยังซาฟารีปาร์ค เพื่อชมสัตว์แบบซาฟารี


เข้ามาปั๊ป อย่างแรกที่เจอเลยคือม้าลาย


ม้าลายเป็นม้าจำพวกหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่าม้า แต่มีปลายหางคล้ายลา มีแผงคอที่สั้นเหมือนขนแปรง มีลักษณะเด่น คือ มีลำตัวเป็นสีขาวสลับดำตลอดทั้งตัว ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า ทางม้าลาย


สีอันโดดเด่นเฉพาะตัวนี้ ในความเชื่อของชาวพื้นเมืองแอฟริกา พวกเขาเชื่อว่า ม้าลายเป็นสัตว์ที่มีสีดำและมีแถบสีขาวพาดผ่าน จนเกิดเป็นลวดลายที่มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างที่เห็นนี้


แรด เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ อาจเรียกได้ว่าเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองจากช้างก็ว่าได้ แรดมีขนาดใหญ่ได้ถึง 3.6-5 เมตร ความสูงของไหล่ 1.6-2 เมตร น้ำหนัก 2.3-3.6 ตัน

แรดมีรูปร่างโดยทั่วไปคือ ตาเล็ก ปากงุ้มเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยม มีหนังที่หนามาก แรดบางชนิดอาจเห็นเป็นชั้นคล้ายเกราะ และมีลักษณะเด่นที่สุด คือ เขาบริเวณสั้นจมูกที่งอกแหลมยื่นยาวอกมา เรียกกันว่า "นอ" ซึ่งใช้เป็นอาวุธในการพุ่งชนป้องกันตัว ซึ่งอันที่จริงแล้ว นอนั้นเป็นขนที่ขึ้นอย่างหนาแน่นจนกลายเป็นของแข็งนั่นเอง


ยีราฟ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง มีลักษณะเด่น คือตัวสูง ขายาว ลำคอยาว มีเขา 1 คู่ ตัวมีสีเหลืองและสีน้ำตาลเข้มเป็นลาย มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ตัวผู้มีความสูง 4.8 ถึง 5.5 เมตร และมีน้ำหนักถึง 900 กิโลกรัม ตัวเมียมีขนาดและความสูงน้อยกว่าเล็กน้อย จัดเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุดในโลก เด็ก ๆ ทุกคนชอบยีราฟกันมาก


ยีราฟ มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย ไม่ผลัดเขา มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมเป็นฝูงราว 15-20 ตัว แต่ที่ซาฟารีเวิลด์นี่มีรวมกันมากถึง 300 ตัว เมื่อยีราฟเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะตั้งท้องนาน 420-461 วัน ลูกยีราฟหย่านมเมื่ออายุได้ 10 เดือน เมื่อคลอดออกมาแล้วจะสามารถยืนและเดินได้ภายในเวลาไม่นาน และวิ่งได้ภายในเวลา 2-3 วัน ตัวเมียมีเต้านมทั้งหมด 4 เต้า ยีราฟจะเป็นสัดทุก ๆ 14 วัน แต่ละครั้งเป็นอยู่ราว 24 ชั่วโมง ยีราฟมีอายุเฉลี่ยราว ๆ 20-30 ปี