วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ทำไมคนจึงชอบเที่ยว - ทำไมคนชอบเที่ยวที่ใหม่ ๆ - ทำไมคนชอบเที่ยวที่ไกล ๆ

ทำไมคนจึงชอบเที่ยว

ทุกคน ไม่ว่าจะฐานะยากดีมีจน หรือพอกินพอใช้ ต่างก็มีสัญชาตญาณชอบการผจญภัย มีผู้กล่าวเอาไว้ว่า หากหมดความอยากรู้ อยากเห็น ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ไม่มีจุดหมาย .…. คนทั่วโลกเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด มันเป็นธรรมชาติที่ฝังอยู่ใน DNA ของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป ที่ชอบการผจญภัย แสวงหา ความท้าทาย อยากรู้อยากเห็นสิ่งสวย ๆ ที่มีความตื่นเต้นเร้าใจ และบรรยากาศใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา . .


หากไม่เชื่อ ลองสังเกตดูตามประเทศต่าง ๆ หรือลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากในเน็ต จะเห็นข้อมูลเต็มไปหมด หรือลองไปร้านหนังสือ ก็จะเห็นหนังสือแนะนำที่เที่ยวแทบจะวางล้นหิ้ง . . . หรือลองเปิด facebook ของตัวเองดู ก็จะเห็นเพื่อน ๆ แชร์ภาพไปเที่ยวโน่น เที่ยวนี่กันตลอด . . .

ทำไมคนชอบเที่ยวที่ใหม่ ๆ

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ คนเรามักไม่ชอบอะไรซ้ำ ๆ เหมือนอย่างกินข้าว ยังต้องเปลี่ยนเมนูทุกวันเลย ฟังเพลงซ้ำ ๆ ไม่นานก็เบื่อ ต้องหาเพลงใหม่มาฟัง การท่องเที่ยวก็เหมือนกัน ถ้าเที่ยวอยู่ที่เดียวซ้ำ ๆ ไปแรก  ๆ มันก็สนุกดี พอไปหลาย ๆ ครั้งก็เริ่มเบื่อ ต้องหาที่ใหม่ที่ตื่นเต้นกว่าเก่า สวยกว่าเก่า สนุกกว่าเก่า และสุดยอดกว่าเก่า . . . เกิดเป็นคน ก็ต้องเสาะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปเรื่อย . . . นี่ผมดูสารคดีวิทยาศาสตร์ อีกไม่นาน ไม่เกินรุ่นลูก ๆ พวกเรานี่แหละ ก็จะมีการท่องเที่ยวอวกาศ โดยเริ่มตั้งแต่บินออกไปเหนือชั้นบรรยากาศโลก เรียกว่าไปโคจรรอบโลกที่ขอบ ๆ อวกาศ ส่วนค่าตั๋วจะแพงมาก ประมาณคนละ 200,000 ดอลลาร์ … นี่แค่ขึ้นไปสัมผัสแค่อวกาศใกล้ ๆ โลกเองนะ แล้วสัมผัสสภาพไร้น้ำหนักประมาณ 5 นาที . . . OMG . . . . แล้วอีกหน่อยก็จะมีทัวร์ไปเที่ยวถึงดวงจันทร์กัน ไม่นานเกินรอ!



เอาเป็นว่าเที่ยวกันบนโลกให้หมดก่อนดีกว่า แล้วค่อยขยับขยายไปนอกโลกกัน เดี๋ยวจะนอกเรื่องมากเกินไป . . . จริง ๆ แล้ว สถานที่เที่ยวใหม่ ๆ นั้น อาจจะใหม่สำหรับเรา แต่เก่าสำหรับคนอื่น . . . จึงมีการหมุนเวียนถ่ายเทของนักท่องเที่ยว สลับกันเดินทางไปมาทั่วโลกมากมาย ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจการบินจึงบูมมาก ใคร ๆ ก็อยากทำ . . . แต่ตอนนี้ก็เจ๊งไปหลายเจ้าแล้ว (ไม่น่าเลย!)  อย่างเช่น ชาวสแกนดิเนเวียชอบอากาศร้อน หน้าร้อนก็มาเที่ยวชมความงามของทะเลเมืองไทยมากมายเต็มไปหมด ส่วนคนไทย อาจชอบสัมผัสอากาศเย็น ในฤดูหนาว ก็จะชอบมีการจัดทัวร์ไปเล่นสกี หรือไปชมนิทรรศการน้ำแข็ง ถ้าใกล้ ๆ ก็เกาหลี ญี่ปุ่น ถ้าทุนหนาหน่อยก็ไปยุโรป อะไรอย่างนี้เป็นต้น . . .จะกล่าวว่าไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ก็ไม่ผิดหรอก นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะถ้าทุกคนพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี โลกนี้ก็หยุดนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวแล้ว

“ทุกคนอยากไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน”

ทำไมคนชอบเที่ยวที่ไกล ๆ

เที่ยวไกล ๆ มันก็แพงนะ เสียเวลาเดินทางมากด้วย แต่ทำไมคนยังชอบ และยอมจ่าย!!!

คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เบื่อง่าย . . . ที่ใกล้ ๆ ไปมาหมดละ

สำหรับคนไทย ขอใช้ตัวเองเป็นตัวอย่างแล้วกัน แรก ๆ ก็เที่ยวแถวบ้านก่อน พอไปหลาย ๆ ทีก็ครบหมดแล้ว ก็หาแหล่งท่องเที่ยวที่มันไกลขึ้น ก็คือต่างจังหวัด จากนั้นก็ขยับขยายไปเรื่อย ๆ ถึงบริเวณรอบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ เพราะว่าใกล้ดี และประหยัดเงิน … พอทำงานไปหลาย ๆ ปี อายุมากขึ้น เริ่มมีเงินเก็บ ก็ไปไกลขึ้นนิดหน่อย ก็คือประเทศจีน เกาหลี แล้วก็ไปแถบนี้ซ้ำ ๆ อยู่หลายปี ก็เริ่มต้องการอะไรที่มันมากขึ้น ก็หันมามองที่อเมริกา ยุโรป… เพื่อนบางคน ไปประเทศฮิต ๆ มาหมดแล้ว ก็เริ่มไปประเทศที่ไปยาก ๆ และท้าทาย มีบรรยากาศที่แปลกใหม่ (สำหรับเรา แต่อาจจะเก่าสำหรับคนอื่น) เช่น แอฟริกาใต้ อียิปต์ ไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ หรือขั้วโลก เป็นต้น อีกหน่อยคงไปถึงนอกโลกอย่างที่เกริ่นไว้แน่เลย... Oops...! ขออภัยที่แซว ;)


อีกเหตุผลหนึ่งที่ชอบไปไกล ๆ (หมายถึงตัวผมเองนะ) ก็คือ ที่ใกล้ ๆ ไม่มีสิ่งที่ต้องการ เช่น อยากเล่นหิมะที่กำลังตกจากท้องฟ้า ไม่ใช่แค่หิมะเทียม หรือห้องเย็นขนาดยักษ์ที่หนาวมาก ๆ เมืองไทยไม่มี ก็เลยต้องบินไปเล่นไกล ๆ เป็นต้น . . . อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ที่ใกล้ ๆ ไม่มีสิ่งที่ต้องการเห็น เช่น ต้องการเที่ยว DisneyWorld, Universal Studios หรือ SeaWorld เพื่อสัมผัสถึงบรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ และความฝันของภาพยนตร์จาก Disney เป็นต้น . . . เมืองไทยเค้าจะมาสร้างแล้วเชียว แต่ติดปัญหาอะไรไม่รู้ เค้าเลยย้ายไปสร้างที่อื่นแทน . . . เสียดาย


ทุกคนก็มีวิถีการเดินทางคล้าย ๆ กัน ก็คือเริ่มจากใกล้ก่อน . . . แล้วค่อย ๆ ไปไกลขึ้น ไกลขึ้น เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ สนุก ๆ . . . การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ อย่างที่เล่าให้ฟัง อีกหน่อยคงไปเที่ยวถึงดวงจันทร์ ดาวอังคาร นี่เห็นเริ่มมีการจองตั๋วกันแล้วนะครับ แต่ราคาที่ต้องจ่าย บางแห่งก็บอกว่า $500,000 บางแห่งก็บอกว่า 2 ล้านดอลลาร์ . . . พูดง่าย ๆ ก็คือต้องเป็นระดับมหาเศรษฐีเท่านั้น . . . อีกหน่อยในอนาคตอันใกล้นี้ การเดินทางในอวกาศ ข้ามดวงดาว (อันนี้ผมหมายถึงดาวเคราะห์ หรือว่า Planet นะครับ ไม่ได้หมายถึงดาวที่แปลว่า Star ขืนไป ก็ไหม้เกรียมกันพอดี) ก็จะไม่ใช่เรื่องยากและเสียเวลาอีกต่อไป การเดินทางคล้าย ๆ ในหนังสตาร์เทร็ค หรือสตาร์วอร์ อาจเป็นเรื่องธรรมดาในอนาคตก็ได้

ทำไมต้องออร์แลนโด

… เอ้า... กลับมาก่อน ก่อนที่จะมโนไปมากกว่านี้ มาคุยเรื่องการท่องเที่ยวง่าย ๆ ในโลกนี้ดีกว่า . . . หลังจากที่ผมมีโอกาสเดินทางไปหลายที่ในโลกนี้ บังเอิญมาพบกับเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดมาไม่เคยได้ยิน ก็คือเมือง Orlando อ่านออกเสียงว่า “ออร์แลนโด้” เช็คมาให้แล้วนะครับว่าอ่านออกเสียงอย่างนี้จากเว็บไซต์ howjsay.com ซึ่งออกเสียงตามเจ้าของภาษาเป๊ะ ๆ แล้วคนที่โน่น เค้าก็ออกเสียงอย่างนี้จริง ๆ! แต่เวลากล่าวถึงในที่นี้ จะเขียนว่า “ออร์แลนโด” โดยไม่มีไม้โทนะครับ เพื่อให้ตรงตามหลักภาษาไทย คือเขียนว่า “โด” แต่เวลาอ่าน ให้อ่านว่า “โด้” นะครับ . . . . โอ้ นอกเรื่องอีกละ


สำหรับตัวผม ตอนโน้นที่คุยกับฝรั่งที่อเมริกา เค้าบอกว่า ถ้าหากมีโอกาส ให้ลองไปที่เมืองออร์แลนโดดู เพราะว่ามีที่เที่ยวเยอะมากกกก (ลากเสียงยาวอีกแล้ว) ถึงมากที่สุด ลองหาข้อมูลจาก wiki ดู เห็นแล้วถึงกับอึ้ง เพราะว่าออร์แลนโด มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า "The City Beautiful" ซึ่งมีความหมายว่า “เมืองที่งดงามมาก” แล้วก็ยังมีสมญานามอีกอย่างที่เป็นที่รู้จักของชาวอเมริกันว่า "The Theme Park Capital of the World" ซึ่งก็คือ เป็นแหล่งรวมของบรรดาสวนสนุกธีมพาร์คของโลก คือมีสวนสนุกมากที่สุดในโลกนั่นเอง ถึงขั้นต้องยกให้เป็นเมืองหลวงทีเดียว จะมีเยอะแค่ไหนนั้น เดี๋ยวผมจะเล่าอย่างละเอียดในนี้ครับ . . .ติดตามไปเรื่อย ๆ

ที่เมืองนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัส ทำลายสถิติคนมามากที่สุดหลายปีติดกันต่อเนื่อง (ทุกปี) ปี ๆ นึงมีคนมาเมืองนี้เมืองเดียวมากกว่า 60 ล้านคน. . . นับเป็นเมืองแรกที่ทำลายสถิติที่มีนักท่องเที่ยวเกินปีละ 60 ล้านคน อย่างในปี 2014 มีจำนวน 62 ล้านคน ส่วน 2015 ก็ประมาณ 65 ล้านคน แล้วก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี . . . บางทีอาจนึกภาพไม่ออก ลองเทียบกับเมืองไทยทั้งประเทศ ปี ๆ นึง คนมาเที่ยวเมืองไทย (ทั้งประเทศ รวมทุกจังหวัด) ประมาณ 25 ล้านคน เรียกได้ว่าช่วงบูมสุด ๆ ที่บรรยากาศดี ๆ นะครับ สำหรับช่วงนี้ เหตุการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวเลยตกลงไปนิดนึง . . . แต่ตอนนี้ปี 2019 ทุกอย่างดีแล้วนะครับ

ในเรื่องของจำนวนห้องพัก ที่ออร์แลนโด มีจำนวนห้องพัก (สำหรับนักท่องเที่ยว) ในโรงแรมต่าง ๆ มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ คือมีห้องพัก 144,125 ห้อง เป็นรองแค่ลาสเวกัสที่เดียว คือมี 152,275 ห้อง จะเห็นว่า เมืองนี้มีการเตรียมทรัพยากรต่าง ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลอย่างพอเพียง . . . ไม่ใช่ว่าโฆษณาดึงดูดคนมาเยอะ ๆ แล้วให้มาขี่คอกันเที่ยว แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว อะไรอย่างนี้เป็นต้น

พอเห็นตัวเลขก็อย่าตกใจ นึกว่าคนมากันเยอะขนาดนี้ เวลาเที่ยวจะต้องเบียดกันไปอย่างกับหนอนหรือเปล่า . . . บอกเลยว่า ไม่ครับ เพราะว่าสถานที่เที่ยวมันเยอะมาก แล้วสถานที่ก็กว้างขวางมาก (พื้นที่เค้าเยอะจริง ๆ ต้องยอมรับ) . . . อีกอย่างที่ถือว่าเป็นโชคดีของคนไทยคือ ฝรั่งเค้าชอบเที่ยวกันแบบเต็มที่เลยกันตอนหน้าร้อน ช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม เรียกได้ว่าคนเยอะสุด ๆ ความโชคดีของชาวไทยแบบเราก็คือ เราไม่ชอบร้อน ๆ แบบนั้น คนไทยเราส่วนมากจะชอบหนาว ๆ เลยสลับกับเค้ากันพอดี . . . เอาเป็นว่า หน้าหนาวมากันเถอะครับ อากาศเย็นสบาย และคนไม่แน่นเกินไปแน่นอน

อีกอย่างที่จะคอนเฟิร์มว่าเมืองนี้มีดีจริง ๆ ก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ อย่างเช่น ไมโครซอฟต์ บางทีเวลาจัดสัมมนาระดับโลก ก็มาจัดที่เมืองนี้ แบบว่ามาสัมมนาครั้งนึงเป็นหมื่น ๆ คนจากทั่วโลก . . . พอสัมมนาวิชาการเสร็จ ก็เที่ยวต่อเลย 5 5 5 ไอเดียดี ทำให้พนักงานชาร์จพลังงานและสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ก่อนกลับไปทำงานกันต่อ





แนะนำที่เที่ยว Orlando

แนะนำที่เที่ยว Orlando แฟน ๆ สวนสนุก หรือธีมพาร์ค ต้องไม่พลาด  ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 ...